นายธวัชชัย เกียรติกวานกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับบัญชีตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การลงทุนในหุ้นเข้าใหม่ (ไอพีโอ) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ผู้ลงทุนควรจะศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ โดยศึกษาได้จากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือสอบถามจากบริษัทหลักทรัพย์ ในประเด็นข้อมูลสรุปเกี่ยวกับการเสนอขาย ความเป็นมา ภาพรวมธุรกิจ ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ปัจจัยความเสี่ยง รายการระหว่างกัน และคำอธิบายและวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินการ (เอ็มดีแอนด์เอ) เพื่อให้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
“อย่างข้อมูลคาดการณ์ประมาณการผลประกอบการ ไม่ได้มีเกณฑ์บังคับว่าบริษัทจดทะเบียนจะต้องระบุไว้ แต่มองว่าในหลายๆ อุตสาหกรรมสามารถทำได้ เนื่องจากสามารถคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคตได้ เช่น แผนการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า หากบริษัทที่เข้าจดทะเบียนต้องการทำข้อมูลคาดการณ์ข้อมูลนั้นจะต้องมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 25% ตามเกณฑ์ของ ตลท. ไม่เช่นนั้น อาจมีข้อสังเกตว่าจะเข้าข่ายข้อมูลที่เป็นเท็จหรือไม่” นายธวัชชัยกล่าว
นายประกิด บุณยัษฐิติ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า เกณฑ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (ซีเอฟโอ) จะต้องดำรงตำแหน่งครบ 1 ปี ก่อนบริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลท.ว่า ขณะนี้ได้ผ่อนปรนให้ซีเอฟโอไม่ต้องดำรงตำแหน่งครบ 1 ปี ได้ แต่คณะทำงาน เช่น สมุหบัญชีจะต้องทำงานเกิน 1 ปี เพื่อสะท้อนว่าเข้าใจธุรกิจพอสมควร
“หลายๆ บริษัทที่มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลท.ใช้เวลาเตรียมตัวหลายปี ทั้งปรับโครงสร้างการบริหาร และโครงสร้างการเงิน เพื่อให้มีความพร้อมที่สุด แต่ติดปัญหาซีเอฟโอลาออกก่อน ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนได้ ทาง ก.ล.ต.จึงมีข้อผ่อนปรนให้ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าคณะทำงานด้านการเงินทำงานกับบริษัทมานาน และมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี” นายประกิดกล่าว

