หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งออกไทยไปได...

ส่งออกไทยไปได้สวย!!สรท.มั่นใจปีนี้8%ชี้ดียาวถึงปีหน้า ช่วยหนุนจีดีพีบวก5%

6.11.17 | 13:05 น.

ที่ลุมพินีทาวเวอร์ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก แถลงว่า การส่งออกเดือนกันยายน 2560 มีมูลค่า 21,812 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 12.2% เป็นการขยายตัวระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และสูงสุดในรอบ 56 เดือน ส่งผลให้ 9 เดือนแรก ส่งออกได้มูลค่า 175,435 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเติบโต 9.3% ผลการส่งออกขยายตัวระดับสูงนั้นได้รับอานิสงส์จากการค้าระหว่างประเทศขยายตัวดีขึ้น เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักพลิกกลับมาโตในช่วงไตรมาส 3/2560 และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็ก น้ำตาลทราย ยางพารา ปรับตัวดีขึ้น และเริ่มมีการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าโดยเฉพาะจากสหรัฐฯสำหรับเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในเดือนพฤศจิกายนแล้ว


สำหรับแนวโน้มการส่งออกปี 2561 คาดว่าจะโตได้อย่างน้อย 5% ผลจากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนและอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ จากกำลังซื้อในตลาดตะวันออกกลางมากขึ้น เนื่องจากรายได้ดีขึ้นจากราคาน้ำมันในตลาดโลกและการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้น จีดีพีไทยปีหน้ามีโอกาสขยายตัวถึง 5% แต่ต้องเน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรม การปรับปรุงกฎหมาย/กฎระเบียบใหม่ๆรองรับยุคดิจิทัล โดยผลวิจัยของสภาพัฒน์ชี้ว่าหากไทยจะยกระดับเข้าสู่ประเทศพัฒนาแล้ว จีดีพีต้องโตอย่างน้อย 5% ซึ่งความผันผวนค่าเงินบาทยังเป็นประเด็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

” ปัจจัยหนุนให้การขยายตัวเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยอย่างโตน้อย 5% ในปี 2561 มาจากเศรษฐกิจโลกขยายตัวต่อเนื่อง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากราคาน้ำมันกลับมาสูงขึ้น บวกปัจจัยภายในประเทศ จากการที่รัฐเร่งใช้จ่าย การท่องเที่ยวและการส่งออกยังเป็นบวกระดับสูง ” นายวิศิษฐ์ กล่าว

ด้านนายชัยชาญ เจริญสุข เลขาธิการสรท. กล่าวว่า คาดการณ์ว่าการส่งออกในช่วงไตรมาสสุดท้ายยังเติบโตดี ทั้งกลุ่มสินค้ายางพารา ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ข้าว อาหารและน้ำตาลทราย จึงเห็นว่าทิศทางการส่งออกไทยทั้งปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 8% และจีดีพีปีนี้น่าจะเติบโตอย่างน้อย 3.9% จากภาคการท่องเที่ยว การใช้จ่ายภาครัฐ การส่งออก มีแนวโน้มดีขึ้นครึ่งปีหลังนี้

Advertisement

แต่ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ของศุลกากรเรื่องการทำชิปปิ้งมาร์ก การประกาศกระทรวงแรงงาน ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างของสหรัฐฯ และท่าทีของสหรัฐฯในการเข้าร่วมประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(เอเปค)