“คณิศ” แจง 4 ประเด็น แถลงการณ์กลุ่มต้าน อีอีซี

นายคณิศ แสงสุพรรณ

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายคณิศ แสงสุพรรณ  เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กระทรวงอุตสาหกรรม  ได้ชี้แจง ถึงแถลงการณ์คัดค้านเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของกลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC WATCH) ร่วมกับแนวร่วมเครือข่ายประชาชนคนภาคตะวันออก

โดยระบุว่าขอรายงานชี้แจงประเด็นข่าว :แถลงการณ์คัดค้านเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของกลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC WATCH) ร่วมกับแนวร่วมเครือข่ายประชาชนคนภาคตะวันออก ที่มีข้อเสนอ 3 ข้อ ดังนี้ 1) ขอให้หัวหน้า คสช. ยกเลิกประกาศคำสั่ง ม.44 ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา EEC ทั้ง 3 ฉบับ เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ได้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 2) ขอให้ ครม. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.EEC ทบทวนเนื้อหา ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะแสดงถึงการไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และจะต้องไม่เร่งรัดหากยังมีข้อกำหนดที่มีปัญหาและยังหาฉันทามติไม่ได้ และ 3) แนวนโยบายและแนวทางการพัฒนา EEC มีหลายอย่างที่ไม่ได้เป็นไปตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มองได้ว่า EEC คือการพัฒนาที่คนภาคตะวันออกจำนวนไม่น้อยไม่ได้เลือก

ดังนี้ 1. EEC เป็นนโยบายสำคัญของประเทศที่จะผลักดันการพัฒนา และความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน
อย่างที่ทราบกันว่า รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนา EEC ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งต่อไปจะพัฒนาไปเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นายคณิศ ยังระบุอีกว่า ทั้งนี้การพัฒนา EEC เป็นตัวอย่างการบูรณาการการพัฒนาที่คำนึงถึงการต่อเนื่องเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์กับประเทศสูงสุด โดยมีการจัดวางตำแหน่ง สถานประกอบการ และตำแหน่งการจัดวางระบบสาธารณูปการที่เหมาะสม และอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ประชาชนในพื้นที่ และผู้ประกอบกิจการ รวมทั้งการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ซึ่งแน่นอนประชาชนในพื้นที่จะมีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นจากการพัฒนาที่เป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการต่างๆ ใน EEC เป็นการต่อยอดจากการพัฒนาโครงการที่มีอยู่เดิม ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยคำนึงถึงการสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยถือว่าการพัฒนา EEC เป็นกลไกขับเคลื่อน ‘ประเทศไทย 4.0’ แบบก้าวกระโดด และเป็นพื้นที่เป้าหมายแรกในการสร้าง การลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างระบบการถ่ายโอนเทคโนโลยีขั้นสูงสู่คนไทย ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม

2. คำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา EEC ที่ผ่านมามีคำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวของกับการพัฒนา EEC เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเป็นแนวในการทำงานในเชิงบูรณาการให้กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และบรรลุซึ่งวิสัยทัศน์ของประเทศทั้งในด้านความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและการยกกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล หรือที่เรียกว่า “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” อย่างไรก็ตาม คำสั่ง คสช. ดังกล่าว จะเป็นอันยกเลิกไป ถ้าพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีผลบังคับใช้   ตัวอย่างเช่นคำสั่ง คสช. เรื่อง“ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก“ เป็นการทำให้แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องกันสภาพข้อเท็จจริง เป็นการพัฒนาที่บูรณาการที่คำนึงถึงความต่อเนื่องเชื่อมโยงในทุกมิติของทั้ง 3 จังหวัด หรือเป็นการทำผังเมืองกลุ่มจังหวัดครั้งแรก ที่ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กับชุมชน สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย โดยไม่ละเลยการสร้างความรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการดำเนินงาน อีกทั้งจะนำไปเป็นมาตรฐานในการจัดทำผังเมืองในอนาคต

หรือคำสั่ง คสช.เกี่ยวกับระเบียบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน (PPP) ในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งในการดำเนินงานเป็นเพียงการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ได้ระเว้นการปฏิบัติหลักเกณฑ์ ตาม พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี 2556 โดยสามารถลดระยะเวลาจาก 40 เดือน เหลือเพียง 8-10 เดือน ซึ่งจะเป็นมาตรฐานในการนำไปปรับแก้ พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี 2556 ต่อไป

3. ร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ….
ในกระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ…ซึ่งเข้าสู่กระบวนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ของ คณะรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง นั้นแสดงถึงการให้ความสำคัญในทุกประเด็น ทุกมิติ อย่างรอบคอบ รัดกุม ของทุกภาคส่วน ถึงแม้ปัจจุบัน ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ซึ่งกรรมการทุกท่านพิจารณาร่วมกันอย่างรอบครอบทุกมิติ โดยมิได้มีการเร่งรัดหรือละเลยในทุกประเด็นที่หลายฝ่ายกังวล อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ….ได้ดำเนินการตามตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ทุกประการ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนตามช่องทางสื่อสารต่างๆ

4. ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการพัฒนา EEC ในการพัฒนา EEC เป้าหมายที่สำคัญคือประชาชนในพื้นที่มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการยกระดับรายได้ให้ใกล้เคียงกับกรุงเทพ ด้วยสภาพชีวิตที่ดีกว่า มีเมืองที่น่าอยู่ที่ดีกว่า อาทิ โอกาสมาถึงบ้าน-รายได้มาถึงตัว งานดีมีมากขึ้นเป็นโอกาสใหม่ให้เยาวชน
ลูกหลานไม่ต้องออกนอกพื้นที่เพื่อ หาสถานศึกษาที่ดีขึ้น หางานที่ดีขึ้น ทำให้สามารถอยู่ได้กับพ่อแม่เป็นครอบครัวอบอุ่น ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงสถาบันการศึกษา และโรงพยาบาลที่ดีมีคุณภาพมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมที่ดี จากโครงการลงทุน และการท่องเที่ยวมีเส้นทางคมนาคมที่ดีขึ้น  มีกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชน หากประชาชนได้รับผลกระทบรัฐจะให้การดูแลอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยมีการตั้งกองทุนขึ้นมาโดยเฉพาะ  อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานฯ ยินดีให้ข้อมูลตอบข้อซักถามเพิ่มเติม โดยให้ติดต่อได้ที่ 0-20338000

บทความก่อนหน้านี้กบง.ตรึงราคาแอลพีจีพ.ย. เล็งประกาศราคาแบบน้ำมัน
บทความถัดไป‘ณัฐวุฒิ’ ชี้ บิ๊กตู่ไม่ควรถ่วงรั้งการเมือง จี้ เลิกจับกม.ลูกเป็นตัวประกัน