นายศิรภพ ปภัทธนนันท์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยในงานพบนักลงทุนประจำไตรมาส 3/2560 ว่า การประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะเปิดประมูลรอบใหม่ในปี 2561 นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเข้าประมูลหรือไม่ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนของหลักเกณฑ์เงื่อนไข การประมูลก่อน ซึ่งขณะนี้ทางกสทช.ยังไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ และคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ชุดปัจจุบันเป็นชุดรักษาการ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะมีการพิจารณาในเรื่องความสามารถในการแข่งขันด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีคลื่นจำนวน รวม 55 เมกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วย 900 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์
“การใช้คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ขนาด 15 เมกะเฮิรตซ์ กับทางบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเซ็นสัญญา และได้ทดลองใช้คลื่นเชิงพาณิชย์แล้ว ทำให้ปีนี้บริษัทฯ มีค่าใช้คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ค่าใช้เสาและค่าอุปกรณ์ รวม 9,500 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในไตรมาส 4 นี้ บริษัทมีค่าใช้จ่าย 10,200 ล้านบาท และจะทยอยจ่ายจนครบภายในปี 2563 รวมทั้งหมด 88,000 ล้านบาท ” นายศิรภพกล่าว
น.ส.วราภรณ์ โอสถานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า คาดว่าในปี 2561 จะลงทุนน้อยกว่าปีนีที่มีการใช้งบลงทุนไปประมาณ 40,000-45,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องรอข้อสรุปเกณฑ์ประมูลของทางกสทช.ก่อน รวมถึงการวางโครงข่ายสี่จีที่ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว และสำหรับผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรก มีรายได้ 95,900 ล้านบาท โตขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

