‘แสนสิริ’ เจรจาซื้อขายคอนโดเดอะริทซ์-คาร์สตันฯ ในโครงการมหานคร ของบ.เพซฯ

8.11.17 | 08:43 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายวันจักร์ บุรณศิริ กรรมการและประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ส่งหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่องการลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อการเจรจาซื้อโครงการนิมิต หลังสวน และห้องชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก จำนวน 53 ห้องชุด ในโครงการอาคารชุดมหานคร กับกลุ่มบริษัทเพซ ดีเวลลอปเมนท์ ว่า บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า ในวันที่ 7 พฤศจิกายน บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เพซ โปรเจ็คทู จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ฯ เพื่อการเจรจาซื้อและการตรวจสอบสถานะทรัพย์สินของโครงการนิมิต หลังสวน ทั้งโครงการ และห้องชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ส่วนที่เหลือทั้งหมดจำนวน 53 ห้องชุด ในโครงการอาคารชุดมหานคร


นายวันจักร์กล่าวว่า การซื้อโครงการนิมิต หลังสวนทั้งโครงการนี้ กลุ่มบริษัท เพซฯ จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างตามโครงการ สัญญากับผู้รับเหมาและลูกค้า รวมถึงใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่บริษัทฯ ส่วนการซื้อขายห้องชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะริทซ์-คารส์ตัน เรสซิเดนเซส บางกอก เป็นการซื้อขายห้องชุด เมื่อการก่อสร้างทั้งหมดในโครงการอาคารชุดมหานครแล้วเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว

นายวันจักร์กล่าวว่า โดยในเบื้องต้นข้อตกลงการซื้อขายทรัพย์สินที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะตกลงกันดังกล่าว มีเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญ และจะต้องได้รับคงามเห็นชอบในการซื้อขายดังกล่าว จากคณะกรรมการบริษัท ของบริษัืทฯ และบริษัท เพซฯ รวมทั้งได้รับความยินยอมจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง และภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ บริษัทฯ จะต้องวางเงินมัดจำซึ่งเรียกคืนได้ เป็นจำนวนเงิน 5% ของราคาซื้อขายประมาณการไว้ ผ่านตัวแทนดูแลผลประโยชน์ โดยบริษัทฯ ได้รับสิทธิแต่ผู้เดียวในการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขาย และเจรจาซื้อขายทรัพย์สินดังกล่าว

นายวันจักร์กล่าวว่า ทั้งนี้ธุรกรรมดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน โดยราคาซื้อขายทรัพย์สินเบื้องต้น และเงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆ ในบันทึกความเข้าใจยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย และอาจเปลี่ยนแปลงได้จากผลของการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขาย และการเจรจาต่อรองระหว่างคู่สัญญา โดยบริษัทฯ จะแจ้งความคืบหน้าที่เป็นสาระสำคัญให้ทราบต่อไป ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขายเสร็จสิ้น ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขายไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว

Advertisement