นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำเกณฑ์การกำกับดูแลตราสารหนี้ใหม่ว่า ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นในชั้นหลักการไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็นในชั้นการยกร่างประกาศ จากนั้นจะประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2561 และจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนเมษายน 2561 ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกลไกการคุ้มครองผู้ลงทุน โดยเฉพาะปัญหาการผิดนัดชำระตั๋วเงินระยะสั้น (บี/อี)
“ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบี/อี และประเมินสถานการณ์ในอนาคตได้ยาก เนื่องจากเป็นปัญหาเฉพาะบริษัท โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีมูลค่าผิดนัดชำระหนี้รวมประมาณ 5,800 ล้านบาท คิดเป็น 0.15% ของมูลค่าคงค้าง ซึ่งในมูลค่าดังกล่าวมีทั้งหมด 7 บริษัท และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 4 แห่ง ได้แก่ เอิร์ธ , ริชฯ ,เคซี และไอเฟค อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดมีความระมัดระวังตัวมากขึ้น เช่น บริษัทที่ออกตั๋วบี/อีหันไปออกหุ้นกู้แทน หรืออย่างนักลงทุนก็ปรับตัวมากขึ้น” นางจารุพรรณกล่าว
นางจารุพรรณกล่าวว่า สำหรับการปรับปรุงเกณฑ์ใหม่นี้ จะแยกการกำกับดูแลไฮเน็ตเวิร์กออกจากนักลงทุนสถาบัน เพื่อคุ้มครองไฮเน็ตเวิร์กให้มากขึ้น การบังคับให้ต้องมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และการเปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ให้มากขึ้น การเพิ่มมาตรฐานการปฏิบัติงานตัวกลาง รวมถึงการจัดให้เตรียมแหล่งเงินสำรอง ในกรณีที่ไม่สามารถออกตราสารหนี้ใหม่มาทดแทนตราสารหนี้เดิมได้ และการจำกัดการขายบี/อี ไม่ให้ใช้ระดมทุนในวงกว้าง จากข้อจำกัดด้านกฎหมายและกลไกการคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งเกณฑ์ข้อหลังสุดนี้จะประกาศใช้ในเดือนกรกฎาคม 2561

