นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตามที่ททท. พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและผู้บริหารระดับสูงของ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมเปิด “วิสิท อาเซียน แอท ฟิฟตี้” ที่บูธประเทศมาเลเซีย ในงาน ITB Berlin 2016 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี เนื่องจากปี 2560 จะครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งสมาคมประชาชาติอาเซียน ด้านการท่องเที่ยว กลุ่มประเทศอาเซียนจึงนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยว ทั้งด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ และ ความมีมิตรไมตรีของผู้คนในภูมิภาค ผ่านกิจกรรมเทศกาลรูปแบบต่างๆ ทั้งภายในประเทศสมาชิกและกิจกรรมระดับนานาชาติ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาในภูมิภาคอาเซียน และผู้คนในภูมิภาคอาเซียนเดินทางท่องเที่ยวไปมาระหว่างกัน โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า แคมเปญวิสิท อาเซียน แอท ฟิฟตี้ นี้ ได้รวบรวม 50 เทศกาล และ 50 ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวที่น่าประทับใจในประเทศสมาชิก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รับความสุขผ่านการเดินทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย อิ่มอร่อยกับอาหารประจำถิ่น รวมถึง การมีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยววิถีชุมชน โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมนี รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และ แคนาดา ซึ่งตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะเข้ามาในภูมิภาค สิ้นปี 2560 ไว้ที่ 121 ล้านคน คาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 8.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งเพิ่มวันพักเป็น 6-7 วัน และเดินทางมากกว่า 2 ประเทศในอาเซียน จากปี 2558 นักท่องเที่ยวทั่วโลก มีจำนวน 1.2 พันล้านคน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้น 5.1% พิสูจน์ให้เห็นถึงการเติบโตที่เข้มแข็ง และ องค์การการท่องเที่ยวโลก (ยูเอ็นดับเบิ้ลยูทีโอ) คาดการณ์ว่าภูมิภาคอาเซียนจะเติบโตขึ้น 4-5% ภายในสิ้นปีนี้
“ไทยจะใช้โอกาสนี้ จัดแคมเปญ 50 เทศกาล และ 50 ประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของไทย เพื่อล้อไปกับแคมเปญของอาเซียน โดยจะคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยว หรือ วิถีวัฒนธรรมโดดเด่นของไทย นำเสนอนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยเอง และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งช่วยกระจายรายได้ สร้างประโยชน์ต่อท้องถิ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่มากขึ้น และทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว(รีพีทเตอร์) รู้สึกไม่จำเจกับแหล่งท่องเที่ยวเดิมๆ ยังตัดสินใจมาท่องเที่ยวเมืองไทยเช่นเดิม ผมจะให้สำนักงานททท.ในพื้นที่ ทำงานร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำเสนอ ก่อนคัดเลือก และทำการประชาสัมพันธ์ต่อไป ” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

