หน้าแรก เศรษฐกิจ สนามบินดอนเมื...

สนามบินดอนเมืองเปิดสลีพบ็อกซ์เฟส 2 ปลื้มผู้โดยสารเข้าพักเพียบ

10.11.17 | 15:12 น.

นายอัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เปิดเผยในงานเปิด “สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล เฟส 2” ว่า มิราเคิลได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 60 ล้านบาท เปิดให้บริการห้องพักในอาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมืองเพิ่มเติมอีก 35 ห้อง จากเดิมที่มี 25 ห้อง รวมเป็น 60 ห้อง บนพื้นที่ 750 ตารางเมตร หลังจากได้รับการตอบรับจากลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองมีจำนวนผู้โดยสารเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม 2559-กันยายน 2560) มีผู้โดยสารประมาณ 37 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเที่ยวบินให้บริการประมาณ 250,000 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 5.25%


นายอัศวินกล่าวว่า การเปิดให้บริการห้องพักดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการตามแนวโน้มความนิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ทั่วโลกในปัจจุบัน ที่ต้องการห้องพักภายใต้แนวคิดเดียวกับแคปซูลโฮเต็ล แต่ในส่วนของสลีพ บ็อกซ์ ได้เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเพิ่มห้องน้ำเข้าไปด้วย โดยเป็นห้องพักขนาดประมาณ 18 ตารางเมตร มีโซนห้องอาหารและเลานจ์ส่วนตัวไว้ให้บริการ มีบริการนวดผ่อนคลายทั้งแผนไทยและอโรม่า

“สลีพ บ็อกซ์ ถือเป็นการตอบโจทย์การพักระยะสั้น และเป็นทางเลือกให้กับนักเดินทางที่ไม่ต้องการรีบร้อน หรือกลัวปัญหารถติด ให้สามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายอัศวินกล่าว

นายอัศวินกล่าวว่า สำหรับราคาการเข้าพักจะอยู่ที่ 500 บาทในชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไป 300 บาท แต่หากเป็นการพักค้างคืนตั้งแต่เวลา 20.00-06.00 น. รวมคูปองอาหาร ราคา 2,500 บาท และหากต้องการอาบน้ำอย่างเดียวราคา 300 บาท

Advertisement

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า การใช้บริการห้องพักในท่าอากาศยานดอนเมืองในช่วงที่ผ่านมาถือว่าดี จึงได้มีการขยายเพื่อรองรับผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการได้มากขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของท่าอากาศยานดอนเมืองเองก็อยู่ระหว่างเตรียมปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากขีดความสามารถทั้งหมดของท่าอากาศยานดอนเมืองรองรับได้ 40 ล้านคนต่อปี แต่ในปีงบประมาณที่ผ่านมามีผู้โดยสารถึง 37 ล้านคนแล้ว

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์กล่าวว่า ตามแผนการดำเนินงานจะมีการขยายเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองขาออกเพื่อให้รองรับได้มากขึ้น การปรับปรุงอาคาร 1 ซึ่งจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในเดือนกันยายนปีหน้า ขณะเดียวกันก็จะมีการปรับปรุงอาคารภายในประเทศที่ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานเพื่อรองรับผู้โดยสารในอนาคตที่คาดว่าจะถึง 50 ล้านคนต่อปีด้วย