นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีทีว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 มกราคมมีมติอนุมัติกรอบงบประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่มาจากเงินประมูล 4จี นั้น ล่าสุดได้แจ้งให้ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดเพื่อยกระดับโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบรนด์) ทั่วประเทศ โดยแต่ละหน่วยงานต้องไปคิดมาว่าจะสามารถต่อยอดโครงการหรือกิจกรรมใดจากโครงข่ายอินเตอร์เน็ตได้บ้าง เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท ต้องไปดูโครงสร้างการบริหารงานด้านขนส่ง หรือโลจิสติกส์ใดบ้างที่สามารถต่อยอดกับการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ), สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. สามารถช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นได้อย่างไร และกรมอุตุนิยมวิทยาจะสามารถเจาะลึกข้อมูลพยากรณ์อากาศลงลึกในระดับพื้นที่ได้หรือไม่
นายอุตตมกล่าวว่า สำหรับโครงการยกระดับโครงข่ายโทรคมนาคมของประเทศ หลักจะแบ่งเป็น 2 โครงการ คือ การพัฒนาโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้เข้าถึงทุกหมู่บ้าน กรอบงบประมาณ 15,000 ล้านบาท และโครงการการขยายเกตเวย์ไปยังต่างประเทศ ด้วยกรอบงบประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการกระทรวงไอซีทีมอบหมายให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน พร้อมทั้งให้นำแผนงานมานำเสนอในวันที่ 22 มกราคมนี้ เพื่อสรุปพื้นที่ในการวางโครงข่ายภายในเดือนกุมภาพันธ์ และต้องดำเนินโครงการให้เสร็จครบทุกหมู่บ้านภายในปี 2560 จากที่ปัจจุบันมีโครงข่ายบรอดแบรนด์แล้วราว 50% แต่ในบางพื้นที่อาจต้องปรับปรุงความเร็วให้ถึง 30 เมกะบิต
“ต้องบอกว่าโครงการนี้ไม่ใช่โครงการให้อินเตอร์เน็ตฟรีกับประชาชน แต่รัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนโครงข่าย โดยไม่ปิดกั้นเอกชน ทำให้เอกชนสามารถวางโครงข่ายร่วมกันกับเราได้ ดังนั้น ราคาค่าบริการต้องเป็นราคาที่ไม่แพง ต้องเป็นราคาระดับภูมิภาคที่ประชาชนสามารถจ่ายได้” นายอุตตมกล่าว และว่า งบประมาณที่ได้มาในครั้งนี้ถือเป็นงบประมาณก้อนใหญ่สุดเท่าที่เคยได้มา ดังนั้น กระทรวงต้องจัดสรรด้วยความระมัดระวัง จึงได้มอบหมายให้นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีที เป็นประธาน ในการกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณ ด้วยการตั้งระบบพีเอ็มโอ (Project Management Office) เพื่อติดตามการทำงาน ประเมินผล และแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยต้องมีตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการและร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งระดับผู้บริหารและกระทรวงในฐานะผู้กำกับดูแล ดังนั้น ทีโอที และ กสท ต้องส่งแผนการทำงานที่ละเอียดและเบิกจ่ายการดำเนินงานตามจริง ด้วยต้นทุนที่เป็นจริง และไม่ควรทำงานเหมือนที่ผ่านมา การทำงานต้องเป็นไปตามเป้าหมายและเสร็จทันตามกำหนดการ

