นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารและจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบให้กรมการค้าต่างประเทศ เปิดระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ครั้งที่ 2/2559 ปริมาณ 640,000 ตัน แบ่งเป็นระบายทั่วไป 418,000 ตัน รวม 66 คลัง ใน 26 จังหวัด โดยเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 30 มีนาคมนี้ และระบายสู่อุตสาหกรรม ปริมาณ 223,000 ตัน รวม 22 คลัง ใน 9 จังหวัด โดยเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 31 มีนาคม ทั้งนี้ กรมจะชี้แจงเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) วันที่ 18 มีนาคมนี้ และให้ผู้สนใจดูสภาพข้าวคลังระหว่างวันที่ 18-24 มีนาคม
“ปัจจุบันมีความต้องการข้าวขาวและปลายข้าวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา มีการนำเข้าข้าวสาลี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมทดแทนปลายข้าวเพิ่มขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเปิดระบาย” นางดวงพรกล่าว
พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ดอคส.) กล่าวถึงบริษัท ว.ธนทรัพย์ จำกัด ผู้ชนะการประมูลซื้อข้าวเสื่อมปริมาณ 21,180 ตัน เพื่อนำไปผลิตปุ๋ยอินทรีย์นั้น ล่าสุด บริษัทถูกปรับเงินเป็นรายวัน เพราะไม่สามารถขนข้าวออกจากโกดังหรือรับมอบข้าวได้ตามกำหนด คงเหลือค้างรับมอบอีก 7,096.5 ตัน มูลค่า 35.82 ล้านบาท ซึ่งบริษัทต้องรับมอบให้เสร็จในวันที่ 29 มีนาคมนี้ หากเลยกำหนด อคส.ต้องยกเลิกสัญญาในส่วนที่เหลือค้างรับ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ได้เชิญบริษัทผู้ชนะการประมูลซื้อข้าวสารเสื่อมสภาพ เพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ครั้งล่าสุด 5 ราย รวมปริมาณ 140,603 ตัน มูลค่า 933 ล้านบาท มาชี้แจงทำความเข้าใจรายละเอียด และเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงแผนการขนย้ายข้าวออกจากคลังสินค้า ก่อนลงนามในสัญญาซื้อข้าวกับ อคส. ซึ่ง อคส.รวมกับตำรวจทางหลวงให้กำหนดเส้นทางขนย้ายข้าวจากคลังสินค้าต้นทางไปยังปลายทาง หรือโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามการขนย้าย (วอร์รูม) ที่อคส.เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวให้ข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมทั้งหมด หากขนย้ายไม่ทันตามสัญญาถูกปรับ 0.2% ของมูลค่าข้าว
สำหรับผู้ชนะการประมูล 5 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท วี.ซี.เอฟ.กรุ๊ป จำกัด 2.บริษัท เอส. พี. เอ็ม.อาหารสัตว์ จำกัด 3.บริษัท เจริญ กิมเฮงฮวด จำกัด 4.บริษัท ยูนิโกร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 5.บริษัท ท็อป ฟีด มิลล์ จำกัด ผู้ผลิตอาหารสัตว์ เอทานอล และเส้นก๋วยเตี๋ยว

