“แสนสิริ”โอ่ปิดขายเดอะไลน์สาทรหลังเปิดขาย Online booking เพียงวันแรกทันที-9เดือนกวาดรายได้กว่า2.3หมื่นล.

13.11.17 | 17:29 น.

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า ได้ปิดการขายโครงการ เดอะ ไลน์ สาทร จำนวน 327 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นคอนโดมิเนียมโครงการล่าสุดภายใต้ความร่วมมือระหว่างบีทีเอสและแสนสิริลงอย่างรวดเร็ว หลังเปิดขายแบบ Online booking ในวันแรก ในราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาทหรือเฉลี่ย 270,000 บาทต่อตารางเมตร โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าเป็นคนไทยและต่างชาติ 70 : 30% สร้างยอดขายในตลาดต่างชาติได้ถึง 1,300 ล้านบาท คอนโดมิเนียมโครงการที่ 12 ภายใต้ความร่วมมือของบีทีเอสและแสนสิริประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว


“ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ยอดขายพรีเซลล์ของแสนสิริล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 31,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 80% จากเป้าพรีเซลล์ใหม่ 40,000 ล้านบาท”นายวันจักร์กล่าว

นายวันจักร์กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการในรอบ 9 เดือนซึ่งมีรายได้รวมกว่า 23,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบ 70% จากเป้าหมายรายได้รวม 34,000 ล้านบาท โดยรายได้อื่นๆ หรือรายได้จากการรับบริหารโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างแสนสิริและบีทีเอสเพิ่มขึ้นถึง 47% จากรอบ 9 เดือนของปีก่อน ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,022 ล้านบาท โตขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายบริษัทยังมียอดทยอยรับรู้รายได้จากการโอนโครงการเดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า จำนวน 86 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท ที่เริ่มโอนตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยวางเป้าหมายการโอนไว้ 80% มูลค่ารวมกว่า 1,300 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2560

นายวันจักร์กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานเฉพาะไตรมาส 3/2560 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 7,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 6,784 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 705 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 602 ล้านบาท เป็นผลจากปัจจัยบวกด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมียอดขายที่ดีทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงรวมทั้งปิดการขายโครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ โครงการเดอะ วัลลีย์ เขาใหญ่ (The Valley Khaoyai) มูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท ด้วยการออกแบบโครงการที่สวยงามใกล้ชิดธรรมชาติ บนทำเลศักยภาพ ถนนผ่านศึก-กุดคล้า ที่สงบเหมาะแก่การพักผ่อน รวมถึงปัจจัยด้านราคาและความน่าเชื่อถือเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในทำเลเดียวกัน โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มีความต้องการซื้อเพื่อพักผ่อน เป็นบ้านหลังที่สอง และเพื่อลงทุนขายต่อหรือปล่อยเช่า โครงการดีคอนโด นครระยอง คอนโดมิเนียมจำนวน 575 ยูนิต ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าไทยทั้งในด้านการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและลงทุนปล่อยเช่า จากทำเลที่ตั้งโครงการซึ่งใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมระยอง จึงสามารถปิดการขายโครงการมูลค่ากว่า 830 ล้านบาท

Advertisement

“ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทยังได้เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ อาทิ แบรนด์ใหม่ของโครงการแนวราบ “อณาสิริ อยุธยา” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการรุกทำเล อยุธยา อีกหนึ่งทำเลที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ที่มีศักยภาพใกล้นิคมอุตสาหกรรม และนับเป็นครั้งแรกของโครงการแนวราบของแสนสิริที่มีครบทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ในโครงการเดียว เตรียมเปิดพรีเซลส์วันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ยังเตรียมต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์“คณาสิริ” ในการเปิดตัวโครงการ “คณาสิริ พระราม 2-วงแหวน” จำนวน 293 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ในทำเลติดถนนพระราม 2 เตรียมเปิดพรีเซลส์วันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ หลังจากโกยยอดขายแบรนด์คณาสิริทั้งหมดในปีนี้ไปแล้ว”นายวันจักร์กล่าว