นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรประจำเดือนตุลาคม 2560 มีค่าที่ 128.39 ลดลง 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง คือ ยางพารา ราคาลดลง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น และภาวะการค้ายังชะลอตัวต่อเนื่อง ราคาจึงเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ปาล์มน้ำมัน ราคาลดลง เนื่องจากภาวะการค้ายังชะลอตัวและสต๊อกน้ำมันอยู่ในเกณฑ์สูง และสุกร ราคาลดลง เนื่องจากภาวะฝนตกและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคชะลอตัว
แต่ยังมีสินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ มันสำปะหลัง ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการร่วมมือกันระหว่าง 3 สมาคมมันสำปะหลัง ในการกำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับส่งออกมันเส้น โดยไม่ขายตัดราคากัน ราคาไก่เนื้อสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณผลผลิตไก่เนื้อออกสู่ตลาดสอดคล้องกับความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และกุ้งขาวแวนนาไมราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการมีความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบแปรรูปเพื่อการส่งออกสูงขึ้น
นายวิณะโรจน์กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนตุลาคม 2560 มีค่าที่ 121.96 ลดลง1.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สินค้าสำคัญที่ผลผลิตลดลง คือ ข้าวเปลือกเจ้า มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และลองกอง ส่วนสินค้าสำคัญที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา สับปะรด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สุกร ไก่เนื้อ ไข่ไก่ และกุ้งขาว แวนนาไม ทั้งนี้ ภาพรวมรายได้ของเกษตรกร วัดจากดัชนีรายได้เกษตรกรเดือน ต.ค.2560 ลดลง 3.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากดัชนีราคาและดัชนีผลผลิตปรับตัวลดลง
“หากมองผลวิเคราะห์แนวโน้มดัชนีสินค้าเกษตร ในเดือนพฤศจิกายน 2560 รายได้ของเกษตรกร วัดจากดัชนีรายได้เกษตรกร คาดว่าจะลดลง 4.61 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากดัชนีราคาปรับตัวลดลง 5.19%โดยสินค้าสำคัญที่มีราคาลดลง ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ขณะที่ดัชนีผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.61% โดยสินค้าสำคัญที่มีการผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ “ นายวิณะโรจน์กล่าว
นายวิณะโรจน์กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มสินค้าเกษตรที่สำคัญเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่าข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ และข้าวเปลือกเหนียว จะเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2560 เนื่องจาก สศก. และกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสภาเกษตรกร ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลผลผลิตข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวที่แท้จริง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้ง 20 จังหวัด พบว่าข้าวหอมมะลิ ปี 2560/61 มีผลผลิตประมาณ 7.16 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายข้าวครบวงจรที่ตั้งไว้
ข้าวเหนียวนาปี ปี 2560/61 มีผลผลิตประมาณ 5.73 ล้านตันข้าวเปลือก ลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมเช่นเดียวกัน จึงส่งผลให้แนวโน้มราคาปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีนโยบายจำนำยุ้งฉางภายใต้โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2560/61 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยกำหนดราคารับจำนำที่ 90% ของราคาเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง อยู่ที่ 10,800 บาทต่อตัน ซึ่งได้รับการตอบรับดีโดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีโรงสีนอกพื้นที่เข้ามารับซื้อข้าวหอมมะลิในภาคอีสาน ส่งผลให้ราคาดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คาดว่าดัชนีราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2560 เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวปริมาณฝนลดลง ส่งผลให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีความชื้นที่ลดลง ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านโมเดลไตรภาคีเชื่อมโยง รับซื้อผลผลิต และโครงการสนับสนุนสินเชื่อให้กับเกษตรกรเพื่อการรวบรวมผลผลิต มันสำปะหลัง คาดว่าดัชนีราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2560 เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้าให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตมันเส้นสะอาด กับโรงงานเอทานอลและมีการเชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรกับกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์ กุ้งขาวแวนนาไม ดัชนีราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวที่ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ส่งผลให้ราคาขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาเดือนพฤศจิกายน 2560 คาดว่ามีแนวโน้มทรงตัวและอาจปรับตัวลงจากเดือนตุลาคม 2560ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไข่ไก่และสุกร จากผลผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ส่วนเดือนธันวาคม 2560 คาดว่าดัชนีรายได้เกษตรกรคาดว่าอยู่ในระดับทรงตัว ด้านดัชนีราคาคาดว่า จะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนธันวาคม 2559 ในขณะที่ดัชนีผลผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง และสับปะรด

