นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 577 บริษัท หรือคิดเป็น 93.82% จากทั้งหมด 615 บริษัท (รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนและบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด ได้นำส่งผลการดำเนินงาน งวด 9 เดือนแรกปี 2560 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560) พบว่า มีบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิจำนวน 434 บริษัท คิดเป็น 75.22% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด
นายสันติกล่าวว่า สำหรับในไตรมาส 3/2560 บริษัทจดทะเบียนมียอดขายรวม 2,011,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรขั้นต้น 656,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.82% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 24.61% เมื่อเทียบกับ 23.91% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดีบริษัทจดทะเบียน มีกำไรสุทธิ 207,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.03% เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในหมวดธุรกิจพลังงาน หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์มีค่าใช้จ่ายรายการพิเศษเกิดขึ้น รวมถึงหมวดธุรกิจธนาคารและการเงิน มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 พบว่า โครงสร้างเงินทุนของบริษัทยังคงแข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.19 ลดลงจาก ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1.25 เท่า
นายสันติกล่าวว่า ช่วง 9 เดือนแรกปี 2560 บริษัทจดทะเบียนมียอดขายรวม 7,977,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.00% มีกำไรขั้นต้น 1,899,818 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.25% และมีกำไรสุทธิ 707,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ได้รับผลบวกจากยอดขายที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทจดทะเบียนมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.81% ลดลงเมื่อเทียบกับ 24.89% ของช่วงเดียวกันในปีก่อน
“ ในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลต่อยอดขายในไตรมาส 2 และ 3 และต่อความสามารถการทำกำไร โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจภาคการผลิตและภาคบริการ เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตและการขายปรับสูงขึ้น ทั้งนี้หมวดธุรกิจที่มียอดขายและกำไรสุทธิเติบโตได้ดีทั้งในงวด 9 เดือนและไตรมาส 3 คือ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดพาณิชย์ และหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” นายสันติกล่าว

