จากกรณีชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรีกว่า 400 ราย นัดชุมนุมติดตามทวงเงินค่าซื้อ-ขายลำไยจากบริษัท หงส์จิ่ว ไท้จง เม้ายี่ จำกัด ที่รับซื้อลำไยเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน โดยจ่ายเช็คล่วงหน้า 3 เดือน รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เมื่อถึงกำหนดปรากฏว่าเช็คเด้งนั้น
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของบริษัท หงส์จิ่ว ไท้จง เม้ายี่ จำกัด พบว่าจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ประกอบธุรกิจส่งออกผลไม้และผัก มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย โดยเป็นการร่วมทุนกันระหว่างคนไทยกับคนจีน สัดส่วนการถือหุ้นเป็นของคนไทย 51% และเป็นของคนจีน 49% ซึ่งธุรกิจดังกล่าว อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญในการกำกับดูแลและตรวจสอบ เพราะเป็นธุรกิจที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุน ว่าจะเป็นการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) หรือไม่ และเป็นธุรกิจที่มีผลกระทบกับเกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมากรมได้ร่วมกับกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบธุรกิจแต่ไม่พบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรม
จากกรณีที่เป็นข่าวนั้น แม้ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นคนจีนจะหนีกลับประเทศไปแล้ว แต่ผู้เสียหายยังสามารถเรียกร้องเอาผิดกับบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลตั้งอยู่ในประเทศไทยได้ทั้งทางแพ่งและอาญา เนื่องจากยังมีกรรมการและผู้ถือหุ้นที่เป็นคนไทยอยู่ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้เกรงว่าบริษัทดังกล่าวจะชิงยื่นจดทะเบียนยกเลิกกิจการหรือปิดบริษัทหนีไปก่อนที่คดีจะสิ้นสุด สามารถขอความร่วมมือมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ โดยกรมพร้อมให้ความร่วมมือในการระงับการจดทะเบียนเลิกของบริษัทดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม กรมขอเตือนพี่น้องชาวเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนทั่วไปว่า ก่อนตัดสินใจร่วมลงทุนหรือค้าขายกับนิติบุคคลรายใดก็ตาม ควรตรวจสอบสถานะและวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลจากหนังสือรับรองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้ โดยสามารถตรวจสอบได้ 3 ช่องทาง 1.สายด่วน 1570 2. www.dbd.go.th (คลังข้อมูลธุรกิจ) และ 3.ดาวน์โหลด Application ‘DBD e- Service’

