หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.เล็งเพิ่มจ...

พณ.เล็งเพิ่มจัดธงฟ้าช่วยภัยแล้ง บรรเทาค่าครองชีพ สั่งจับตา”พริกแห้ง”นำเข้าจีน-อินเดีย

17.03.16 | 20:49 น.

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสมชาติ สร้อยทอง รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงฯเตรียมทบทวนการขยายระยะเวลาการจัดงานจำหน่ายสินค้าธงฟ้าช่วยภัยแล้ง ออกไปอีกหลังแผนงานเดิมสิ้นสุดเดือนเมษายน 2559 โดยกรมการค้าภายใน กำลังตรวจสอบความต้องการของประชาชนและพื้นที่ภัยแล้ง ซึ่งในเดือนเมษายนนี้ เตรียมจัดงานจำหน่ายสินค้าธงฟ้าอีก 99 ครั้ง ใน 22 จังหวัด ซึ่งเป็นงานจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัด เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่ประสบภาวะภัยแล้ง โดยจัดต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 จนถึงปัจจุบัน ดำเนินการแล้วทั่วประเทศ 301 ครั้ง จากแผนงานกำหนดไว้ 400 ครั้ง ซึ่งมียอดขายสินค้ารวม 34.61 ล้านบาท สามารถลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้ 139,743 คน และประชาชนประหยัดเงินได้ 23.07 ล้านบาท

นอกจากนี้กระทรวงฯ ได้สนับสนุนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ผักสด ทดแทนการทำนาปรัง โดยทำการเชื่อมโยงตลาดและจัดหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนของเกษตรกร ทำให้เกิดการค้าขายสินค้าเกษตรแล้วมูลค่า 57.22 ล้านบาท พร้อมร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดอบรมให้ความรู้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี2558/59 เพื่อเพิ่มการผลิตของเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ วางเป้าอบรม 220,500 ราย ใน 76 จังหวัด ขณะนี้ได้อบรมไปแล้ว 186,142 ราย หรือ 84% ของเป้าหมายทั้งหมด

“ส่วนการสำรวจราคาพืชผลการเกษตรช่วงหน้าแล้ง แหล่งปลูกผักใหญ่ของประเทศ เช่น จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ยังเป็นปกติ ราคาพืชผัก ผลไม้ และข้าวปรับตัวขึ้นลงตามกลไกตลาด ส่วนราคาหมู ไก่ ไข่ ยังคงปกติ และไม่มีสัญญาณของการขาดแคลนจากอากาศร้อน ” นายสมชาติ กล่าว

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ราคาพริก เพราะภัยแล้งอากาศร้อน จะส่งผลให้ผลผลิตเสียหายจนปริมาณลดลง ประกอบกับพบว่ามูลค่านำเข้าพริกแห้งจากอินเดียและจีนเพิ่มสูงขึ้นเท่าตัว เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน พร้อมกำชับให้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าพริกจากชายแดนด้วย แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกพริกส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เพราะใช้น้ำบาดาลเป็นหลัก และราคายังทรงตัว 25-30บาทต่อกิโลกรัม แต่มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น หากแล้งกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกในเดือนเมษายนนี้