นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการ โรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบกำลังได้รับผลกระทบจาก โครงสร้างภาษี ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิตใหม่ ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 และต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนโครงสร้างอัตราภาษีใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ค้าทุกราย เนื่องจากโครงสร้างภาษีใหม่ส่งให้บุหรี่ต่างประเทศ 4-5 ยี่ห้อได้เปรียบเสียภาษีลดลง และบางยี่ห้อปรับลดราคาจำหน่ายลง เช่น ยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม (L&M)7.1 เคยมีราคาจำหน่าย 72 บาท ลดลง 60 บาท เนื่องจากมีภาระภาษีลดลง บวกกับบริษัทที่นำเข้ามีการนำกำไร จากบุหรี่ราคาแพงที่เสียภาษีลดลง 15% มาอุดหนุนเพิ่มเติม ยี่ห้อวินสตัน(Winston 7.1) ลดเหลือ 60 บาท จากเดิมขาย 70 บาท
“ในการออกกฎหมายใหม่ ทางกระทรวงการคลังและสรรพสามิตพูดเสมอว่าจะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ความเป็นจริงภาษีใหม่มีช่องโหว่ทำให้ผู้ประกอบการต่างประเทศนำเข้าได้ประโยชน์เพราะภาษีลดลง เนื่องจากเดิมเสียภาษีนำเข้า 9 เท่าของราคานำเข้า แต่ภาษีใหม่เสียจากราคาขายปลีกแนะนำ ซึ่งโรงงานยาสูบไม่สามารถลดราคาต่ำกว่าจากราคาที่เคยขายได้ เนื่องจากเป็นนโยบายของบอร์ด และจะมีภาระขาดทุนเพิ่มขึ้น”นางสาวดาวน้อยกล่าว
นางสาวดาวน้อยกล่าวว่า ภาษีใหม่ทำให้โรงงานยาสูบขายบุหรี่แบบไม่มีกำไร บางซองต้องขายขาดทุน บางซองได้กำไรเพียง 1 บาทเท่านั้น โดยโรงงานยาสูบยังมีภาระจากการสร้างสวนป่า ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกใบยา และดูแลโรงพยาบาล อีก 1,575 ล้านบาท คาดว่าทำให้ปีนี้ขาดทุนทันทีในระดับดังกล่าวและคาดว่าผลกระทบจากที่บุหรี่นอกมาชิงส่วนแบ่งตลาด(แชร์)มากกว่า 32.53% จากเดิมแชร์แค่กว่า 20% ส่งผลให้โรงงานยาสูบแชร์ลดลงเหลือเพียง 65.92% จากเดิมแชร์เกือบ 80% ทำให้ปีงบ 2561 ปริมาณการผลิตลดเหลือเพียง 17,000 ล้านมวน จากปีงบ 2560 ผลิตอยู่ 28,000 ล้านมวน และคาดว่าปีงบ 2562-63 กำลังลดลงเหลือเพียง 8,500 ล้านมวน สร้างผลขาดทุนให้ยาสูบ 4-5 พันล้านบาท ขณะนี้กำลังพิจารณาทบทวนแผนการย้ายโรงงานยาสูบใหม่ จากกำลังการผลิตที่ลดลง
นางสาวดาวน้อย กล่าวว่า ผลกระทบเกิดจากโรงงานยาสูบในฐานะรัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงการคลัง คาดว่าจะสร้างผลกระทบทำให้รายได้ของรัฐลดลง ประเมินว่าในปีงบ 2561 การนำส่งรายได้และภาษีต่างๆ ลดลงจากปีก่อน 12,725 ล้านบาท เหลือ 43,845 ล้านบาท จากที่เคยส่งอยู่ประมาณ 56,570 ล้านบาท เป็นการนำส่งทั้งภาษีสรรพสามิต เงินบำรุงกองทุนพัฒนากีฬา ภาษีมหาดไทย ภาษีบำรุงกองทุนฯ สสส. เงินบำรุงองค์กรกระจายเสียงฯ กองทุนผู้สูงอายุ
“ตอนนี้ขายบุหรี่ไปก็น้ำตาตกไป เพราะขายไปก็ไม่มีกำไร ในอนาคตหากไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐ จากที่เคยเป็นองค์กรมีกำไรปีละกว่า 9 พันล้านบาท ต้องอยู่ในภาวะขาดทุน และต้องเข้าแผนฟื้นฟู ขอใช้เงินจากภาครัฐในการดูแลองค์กร”นางสาวดาวน้อยกล่าว

