นายยุทธนา หยิมการุณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ว่า ของแยกการสอบสวนเป็น 2 กรณี คือ 1.ในการสอบสวนในเรื่องการไม่ส่งอุทธรณ์การเก็บภาษีนั้น สอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ข้าราชการไม่ยอมอุทธรณ์คดี โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ภาค 3 ในขณะนั้น เนื่องจากมีระเบียบกรมสรรพากรออกมา ว่าต้องมีการอุทธรณ์การเก็บภาษีทุกกรณี 2.การประเมินภาษี ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่จำนวนมาก คาดว่าต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับการไม่อุทธรณ์ภาษีหุ้นชินคอร์ป เนื่องจากเจ้าหน้าที่สรรพากรภาค 3 ระบุว่าเป็นอำนาจในระดับนโยบาย และสาเหตุอีกประการที่ไม่อุทธรณ์ก็คือ ต้องมีการวางเงินประกันในคดีนี้ถึง 23 ล้านบาท เกรงกรมจะเสียหายหากแพ้คดี ส่วนกรณีที่ ไม่ประเมินภาษีนายทักษิณ ชินวัตร จากธุรกรรม การซื้อขายหุ้นชิน เจ้าหน้าที่สรรพากรขณะนั้นให้เหตุผลว่า เนื่องจากศาลภาษีอากรกลางในปี 2553 ยกคำร้องของกรมสรรพากร ในการประเมินภาษีนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร (คุณากรวงศ์) จากธุรกรรมซื้อขายหุ้นชิน เนื่องจากศาลภาษี อ้างคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า หุ้นดังกล่าว ไม่ได้เป็นทรัพย์สินของนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา แต่เป็นของนายทักษิณ
อย่างไรก็ตามเมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามา และอายุความภาษีกำลังหมดลง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 กรมสรรพากร นำหมายไปติดประกาศทีบ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อประเมินภาษีการซื้อขายหุ้นชิน จากนายทักษิณ เป็นวงเงินค่าภาษีบวกค่าปรับและเงินเพิ่ม(เงินเพิ่มคือดอกเบี้ย) รวมเป็นเงิน 1.76 หมื่นล้านบาท โดยนายทักษิณได้ให้ทนายความยื่นอุทธรณ์แล้ว ซึ่งกรมสรรพากรสามารถใช้ระยะเวลานานสุด 2 ปีในการพิจารณาคำอุทธรณ์

