หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังเผยแบงก์ร...

คลังเผยแบงก์รัฐเตรียมวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ปล่อยสินเชื่อชายแดนใต้

29.11.17 | 16:05 น.

นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ครม.มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังดำเนินมาตรการด้านการเงินสำหรับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขยายระยะเวลาพร้อมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรการด้านการเงินที่มีอยู่เดิมและเสนอโครงการใหม่เพิ่มเติมวงเงินรวม 3.5 หมื่นล้านบาท ทั้งการให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษ สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วงเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยถือบัตรสวัสดิการ


นายศรพล กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย ธ.ก.ส. ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนของเงินต้นที่ไม่เกิน 200,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

นายศรพล กล่าวว่า รวมถึงยังมีโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยก่อการร้ายในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านประกันภัย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 พร้อมทั้งขยายอัตราการชดเชยส่วนต่างเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินคุ้มครองภัยก่อการร้ายเป็นในอัตราระหว่าง 0.3 – 3% (จากเดิม 0.3 – 2%) รวมถึงชดเชยค่าเบี้ยประกันภัยในอัตรา 50% สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุของพนักงานที่สถานประกอบการทำประกันภัยให้

นายพิเชฐ ธรรมวิภาค รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ ธนาคารออมสินจะหารือกับ 14 แบงก์เพื่อจัดสรรเงินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) ครม.อนุมัติให้ขยายเวลาออกไป 5 ปีเป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จากเดิมสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 ธันวาคม 2560 โดยวงเงินซอฟท์โลน 2.5 หมื่นล้าน บาทยังมีวงเงินเหลือกว่า 6 พันล้านบาท โดยใช้วงเงินไปกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งซอฟท์โลนดังกล่าวเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

Advertisement

นายวิทัย รัตนากร กรรมการและรักษาการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า ธนาคารมีออก 4 ผลิตภัณฑ์ วงเงินสินเชื่อรวม 3 พันล้านบาท 1.สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อพี่น้องมุสลิม สำหรับบุคคลทั่วไปที่นับถือศาสนาอิสลามทั่วประเทศ วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท/ราย อัตรากำไรไม่เกิน 0.80% ต่อ เดือน ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ไม่ต้องมีหลักประกัน 2.สินเชื่อ SMEs ibank ช่วยชายแดนใต้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท /ราย อัตรากำไรคงที่ 5 ปี 1.5% ต่อปี ระยะเวลาสูงสุด 10 ปี 3. โครงการพักชำระหนี้ชายแดนใต้ สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าเดิมที่เป็นหนี้ปกติวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20 ล้านบาท ทุกรายในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ โดยพักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี ชำระเฉพาะกำไร และขยายเวลาสินเชื่อ 1 ปี 4. สินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับลูกค้าในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ แบ่งเป็น สินเชื่อบ้านชายแดนใต้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท/ราย อัตรากำไรเฉลี่ย 3 ปี 3.25%/ปี ระยะเวลาสูงสุด 35 ปี และสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย อัตรากำไรเฉลี่ย 3 ปี 3.00%/ปี ระยะเวลาสูงสุด 35 ปี

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.เตรียมสินเชื่อสนับสนุนคนภาคใต้มีบ้าน 4,700 ล้านบาท 4 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขยายวงเงินสินเชื่อจากเดิมที่มีกรอบวงเงินโครงการไม่เกิน 2,500 ล้านบาท เป็นกรอบวงเงินโครงการไม่เกิน 5,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี ในช่วง 5 ปีแรก 2.โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินโครงการ 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.25% ต่อปี ในช่วง 5 ปีแรก 3.โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก ปี 2560 วงเงินโครงการ 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก4.โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเภทแฟลตให้เช่า กรอบวงเงิน 200 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีแรก เท่ากับ MLR-2.00% ต่อปี (หรือเท่ากับ 4.25% ต่อปี) ส่วนปีที่ 2 ถึงปีที่ 5 อัตราดอกเบี้ย เท่ากับ MLR-ไม่เกิน 1.00% ต่อปี ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ อัตราดอกเบี้ย MLR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR ธอส.เท่ากับ 6.25% ต่อปี)