‘อสังหาฯ’ประสานเสียงปีหน้าโตต่อเนื่อง-เผยได้เห็นการควบรวมกิจการมากขึ้น

29.11.17 | 16:27 น.

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวในการสัมมนาเรื่อง “ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล” ซึ่งจัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เกี่ยวกับแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2561 ว่า ในปีหน้าจะเห็นเทรนด์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูสมากขึ้น ไม่ได้อยู่เพียงแค่แนวราบหรือคอนโดฯ ซึ่งจะเห็นการพัฒนาในรูปแบบแบ่งกันพัฒนา หากเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก คนหนึ่งพัฒนาที่อยู่อาศัย อีกคนพัฒนาพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์และสำนักงาน หากเป็นบริษัทใหญ่อาจจะเห็นการพัฒนาด้วยตัวเองทั้งหมด โดยจะทำราคาของที่อยู่อาศัยให้ต่ำกว่าราคาเช่าพื้นที่พาณิชย์และสำนักงานซึ่งจะมีรายได้ตรงนี้เข้ามาทดแทน นอกจากนี้จะเห็นการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุนของบริษัทด้านอสังหาฯมากขึ้น และบริษัทขนาดกลางเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น ขณะเดียวกันทุนต่างชาติหลายประเทศ เช่นจีน มีความพร้อมและสนใจลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีผลตอบแทนที่สูง

“อีกเทรนด์สำคัญที่จะเห็นในปีหน้าและโตต่อเนื่อง คือ บรรษัทพัฒนาเมืองซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของนักธุรกิจในพื้นที่ของจังหวัดนั้นๆ ตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการต่างๆ ในจังหวัดของตัวเอง ขณะนี้มีอยู่ 11 จังหวัดแล้ว ที่เห็นเด่นชัด คือ จ.ขอนแก่น ซึ่งนำร่องจังหวัดอื่นๆ ทำรถไฟฟ้าและอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ๆ ซึ่งไม่ได้ทำแค่หมู่บ้านคอนโดฯ แต่เป็นมิกซ์ยูส” นายพรนริศกล่าว และว่า ส่วนแนวคิดทำธุรกิจสมาร์ทซิตี้ก็จะยังคงฮิตอยู่และมีการนำบิ๊กดาต้ามาใช้ในการตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น ความท้าทายในปีหน้ายังเป็นเรื่องของผังเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่สอดคล้องกันทั้งผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะจังหวัด

นายวิชัย พูลวรลักษณ์ กรรมการสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ขณะนี้และแนวโน้มคอนโดฯยังขายได้ โตได้ตลอดเวลา ไม่ได้เป็นฟองสบู่ เพราะเกิดการซื้อ ใช้และโอนจริง ความเติบโตของคอนโดฯในกรุงเทพฯขยายออกทุกทาง โดยเฉพาะคอนโดฯเติบโตไปกับรถไฟฟ้า โดยเฉพาะเส้นสีน้ำเงิน บางแค บางหว้า ที่ดินไม่แพงมาก ราคาไม่แพงเท่าไหร่นัก สายสีเขียวส่วนต่อขยายแบริ่ง มีจำนวนยูนิตเพิ่ม ราคาไม่แพง คนรับได้ และเส้นหลักสี่-รัชโยธิน ได้รับการตอบรับดี ส่วนคอนโดฯได้รับความสนใจสูงสุดในปีนี้และต่อเนื่องปีหน้าเป็นจุดขายดี คือ สุขุมวิท อโศก อ่อนนุช รัชดาฯ พร้อมพงษ์ เอกมัย ห้าแยกลาดพร้าว เติบโตสูงมากจากรถไฟฟ้า อยู่ใจกลางเมือง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ครบ ราคาคอนโดฯขึ้นตลอดเวลา ราคาเฉลี่ยจากไม่กี่หมื่นมาเป็นหลักแสนบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) เหล่านี้ตอนนี้ราคาเฉลี่ย 1.4-1.5 แสนบาท/ตร.ม. นอกจากนี้วันนี้ต้องยอมรับว่าคอนโดฯราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทหายากเพราะที่ดินแพง ผู้ร้ายตัวจริงของการพัฒนาอสังหาฯคือราคาที่ดินที่แพงขึ้น โดยราคาคอนโดฯขึ้นเฉลี่ย 9-10% ต่อปี แต่ที่ดินขึ้น 10 กว่า-20% ต่อปี

นายวสันต์ เคียงสิริ อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาพรวมของอสังหาฯแนวราบ 9 เดือนผ่านมาปีนี้ มีการโอนกรรมสิทธิ์ไป 6 หมื่นยูนิต เปิดใหม่ 3 หมื่นยูนิต เหลือ 7-8 หมื่นยูนิต ไม่มีโอเวอร์ซัพพลายในตลาดแนวราบ เพราะโอนออกจากตลาดสองเท่ากว่าเกิดใหม่ แนวราบยังซัพพลายน้อยลง เพราะการดูดซับไปได้ดี แต่การผลิตน้อยขึ้น เพราะหาที่ดินทำโครงการแนวราบยากกว่าแนวสูง ที่ดินเกินกว่าครึ่งในกรุงเทพฯสร้างทาวน์เฮาส์ไม่ได้ ตอนนี้มีการคุยกันอยู่ว่าผังเมืองจะแก้ไขใน 2 ปีข้างหน้า จะปลดล็อกให้สามารถใช้ที่ดินได้มากขึ้น ทำให้ขณะนี้โครงการบ้านจัดสรรแนวราบกระจายออกไปชานเมือง แต่รัฐต้องลงทุนสาธารณูปโภคจำนวนมาก หวังว่าผังเมืองฉบับเมืองใหม่ช่วยลดข้อจำกัดการใช้ที่ดิน สามารถพัฒนาเป็นโครงการแนวราบได้

 

Advertisement