เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 เวลา 06.39 น. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เข้าสักการะพระพรหม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน ณ ศาลพระพรหม ภายในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ โดยมี นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงานให้การต้อนรับ
โดยภายหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สักการะพระพรหมเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และเข้าร่วมประชุม มอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญของกระทรวงพลังงานให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน อาทิ การขับเคลื่อนบูรณาการพลังงานระยะยาว นโยบายพลังงาย 4.0 และการบริหารจัดการการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ และการบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมที่ใกล้จะหมดอายุ
นายศิริกล่าวว่า มี4เรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน ประกอบด้วย 1.ความชัดเจนของการเปิดประมูล2แหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย คือ เอราวัณและบงกช ที่จะหมดอายุปี2565-2566 โดยจะหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ในฐานะผู้ซื้อ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ในฐานะผู้ใช้ เพื่อสรุปแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ โดยจะเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาหลังจากนี้
2.เรื่องการสนับสนุนไบโอดีเซลเพื่อดูแลสต็อกน้ำมันปาล์มในประเทศให้เหมาะสม โดยภายในสัปดาห์หน้าจะหารือกับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงแนวทางบริหารปาล์มน้ำมัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้และอุตสาหกรรมทั้งหมด 3.จะสนับสนุนเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์(โซลาร์) ซึ่งการผลิตดังกล่าวจะไม่ได้ทดแทนเชื้อเพลิงหลักอย่างถ่านหิน แต่ต้องมีเพื่อความเหมาะสมในการกระจายเชื้อเพลิง
และ4.ความชัดเจนโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินเทพา จ.สงขลา 2,200 เมกะวัตต์ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการแต่ชุมชนในพื้นที่บางส่วนไม่เห็นด้วย ดังนั้นกระทรวงฯจะรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพราะเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ แต่อีกมุมภาคใต้ก็ต้องการความมั่นคงด้านไฟฟ้า เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ส่วนหนึ่งต้องขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมาเจอปัญหาไฟติดไฟดับจะเสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ยืนยันว่าภาครัฐไม่ได้เน้นการสร้างกำไรให้การไฟฟ้าแต่ต้องการสร้างความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศเป็นหลัก

