หน้าแรก เศรษฐกิจ คึกคัก! สัมมน...

คึกคัก! สัมมนาชาวชลบุรีได้อะไรจากอีอีซี ชัชชาติ ชี้ ทำถนนให้ดี เป็นเส้นเลือดเชื่อมนักลงทุน

1.12.17 | 14:57 น.

เริ่มแล้วสัมมนา “ชาวชลบุรีได้อะไรจากอีอีซี” รองผู้ว่าฯเชื่อมีจุดแข็งต่อยอด ชี้เป็นฐานอุตสาหกรรมอาเซียน ประตูศก.โลก


วันนี้ (1 ธ.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องแปซิฟิก โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ต อำเภอบางแสน จังหวัดชลบุรี มีการจัดงานสัมมนาหัวข้อ “ชาวชลบุรีได้อะไรจากอีอีซี” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยมีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมงานจนเต็มห้องประชุม โดยมีนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวรายงาน นายภวัต เลิศมุกดา รองผู้ว่าราชารจังหวัด เป็นประธานในพิธี และปาฐกถาในหัวข้อศักยภาพ จุดแข็ง และความพร้อมของจังหวัดชลบุรีเพื่อรองรับอีอีซี

จากนั้น นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสายงานปฏิบัติการเชิงพื้นที่ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) บรรยายในหัวข้อ โครงการอีอีซีและความคืบหน้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างเมืองแห่งความสมดุลระหว่างที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงาน จังหวัดชลบุรี

นางสาวทัศนีย์ระบุว่า วันนี้โครงการของ EEC ได้เริ่มต้นพัฒนาเรื่องบุคลากร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นพื้นฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนา จะผลิตบุคลากรอย่างไร และสร้างความรู้อย่างไร ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ร่วมถึงสรรหาสถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการแรงงาน

Advertisement

ทั้งนี้โครงการ EEC ยังมี 8 ความก้าวหน้าสำคัญ อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ระเบียบการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน การชักชวนการลงทุน และการท่องเที่ยวฯลฯ โดยจาก 8 ความก้าวหน้าสำคัญดังกล่าวจะทำให้คุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชน จ.ชลบุรี มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น และจะสามารถเห็นภาพร่วมของโครงการ EEC เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นได้ในปี พ.ศ.2561

“โครงการ EEC เป็นตัวเร่ง เป็นกลไกเร่งให้เราหลุดพ้นจากกับดัก คือ การหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง กับดักในส่วนของความเหลื่อมล้ำ ร่วมถึงกับดักในส่วนของความไม่สมดุลในด้านต่างๆ ซึ่ง ณ วันนี้ ทุกภาคส่วนระดมความคิด ระดมสมองในการทำงานมาเพื่อผลักดัน โครงการพวกนี้ให้ประสบความสำเร็จ” นางสาวทัศนีย์ ระบุ

ต่อมา เวลา 14.30 น. เป็นการเสวนาหัวข้อการบริการจัดการนครแห่งซัพพลายเชน แหลางนวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ควอลิตี้เฮาส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ชลบุรีน่าจะได้ประโยชน์จากอีอีซีมากที่สุดใน 3 จังหวัด อย่างไรก็ตาม นิคมอุตสาหกรรมที่นี่มีนับ 10 แห่ง ยากที่จะรวมตัวเป็นเมืองใหม่ เนื่องจากมีการอยู่อาศัยอยู่ตามแหล่งงานเป็นหลัก ศูนย์การค้าจะแข่งกันอย่างดุเดือดมากขึ้น ในอนาคตต้องเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเยอะขึ้น และจัดให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ส่วนตัวเชื่อว่าสิ่งที่ขับเคลื่อนที่สุด คือถนน ไม่ใช่รถไฟความเร็วสูง เพราะถนนเป็นเส้นเลือด เป็นหัวใจ ส่วนรถไฟรางคู่ มองว่าคนในพื้นที่ไม่ได้ประโยชน์เท่าถนน เพราะนิคมอุตสาหกรรมกระจัดกระจายตามถนน ดังนั้นอย่ากังวลเรื่องรถไฟความเร็งสูง ขอให้ลงทุนเรื่องถนนให้ดี เนื่องจากเป็นเส้นเลือดที่ช่วยเชื่อมต่อนักลงทุน โดยมีลิ้นหัวใจคือทางเข้าแหลมฉบัง ตนเชื่อว่านักลงทุนไม่ดูเรื่องรถไฟ แต่ดูถนน

“อีอีซีมีโครงการจำนวนมาก ทำให้เอกชนสับสน ไม่รู้ว่าจะโฟกัสโครงการไหน กำหนดเป้าหมายยาก อาจต้องเลือกบางธุรกิจ การท่องเที่ยวต้องทำให้ดี พัฒนาเนื้อหา ในอนาคตถนนเป็นตัวกำหนดอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้นและระยะกลาง อีกหนึ่งสิ่งที่ขับเคลื่อนคือสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งใช้เป็นตัวเชื่อมโลกได้ แต่ต้องทำเนื้อหาจังหวัดให้ดี สนามบินสวยแต่ไหน ถ้าท้องถิ่นไม่มีเรื่องราวก็จบ อย่าหวังรถไฟความเร็วสูงมาก เพราะใช้เวลา การมาไม่ใช่ง่าย รถไฟต้องอาศัยการสร้างเมืองใหม่ แต่คิดว่าเมืองใหม่ยังไม่เกิด ไม่เชื่อว่ารัฐทำได้ เอกชนต้องทำ ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นมีรถไฟและเมืองโดยรอบ จึงจะได้ใช้ประโยชน์จากรถไฟความเร็วสูงจริงๆ” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า โครงสร้างพื้นฐานเป็นแค่เครื่องมือสร้างมูลค่า ตัวมันเองไม่ได้มีค่า เทียบได้กับครกสาก ถ้าไม่ได้นำมาตำน้ำพริกก็ไม่มีความหมาย ซึ่งต้องหาเครื่องปรุงในท้องถิ่น คำถามว่าชาวชลบุรีได้อะไรจากอีอีซี ความจริงแล้วต้องตั้งคำถามว่า จะหากินหรือสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไร ภาครัฐทำธุรกิจไม่เป็น ดังนั้นภาคเอกชนต้องเข้มแข็งและช่วยรัฐกำหนดนโยบาย อนาคตต้องพิจารณาว่าอีอีซีจะอยู่ร่วมกับคนส่วนใหญ่ได้อย่างไรและจะก้าวไปอย่างไรโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คนท้องถิ่นต้องได้ประโยชน์ด้วย ไม่ใช่เฉพาะนักลงทุนที่ได้ประโยชน์

พลเรือตรีลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผอ.การท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า เดิมจากที่อู่ตะเภาเป็นสนามบินสำรอง ไม่ใช่เส้นทางหลัก ปัจจุบันสายการบินแอร์เอเชียเปิดเส้นทางการบิน ทำให้จำนวนผู้โดยสารก้าวกระโดดอย่างมากจากเดิมปีละ 200,000 ราย ล่าสุดมีถึงล้านคนแล้ว รัฐบาลจะสร้างให้อู่ตะเภาเป็นเกตเวย์ของประเทศซึ่งกองทัพเรือมีโครงการคู่ขนานกับรัฐบาล โดยกำลังจะลงนามว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบสนามบินให้รองรับอีอีซี จะมีการสร้างรันเวย์ที่สองขนานกับรันเวย์เดิมเนื่องจากมีผู้โดยสารจำนวนมากขึ้นตามลำดับ

“มองว่าชาวชลบุรีจะได้โอกาสในการแข่งขัน เมื่อเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี บุคลากรได้รับการฝึกฝนพัฒนาความสามารถ รายได้จะสูงกว่าปัจจุบัน ชุมชนจะได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้น ขยายขีดความสามารถด้านต่างๆ ซึ่งเรามีโครงการต่อเนื่องคือการสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยานที่จะเปิดให้บริการในปี 2566 รวมถึงโครงการศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบิน และคาร์โก ซึ่งกองทัพเรือร่วมกับการบินไทย” พลเรือตรีลือชัยกล่าว

นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล เลขาธิการหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ชลบุรีเต็มไปด้วยธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด มีชาวต่างชาติมาลงทุนประกอบธุรกิจ 122 ประเทศ เมื่อรัฐบาลสนับสนุนการลงทุนเชื่อว่าตัวเลขอาจก้าวกระโดดหลายเท่า โดยหอการค้าชลบุรีมุ่งมั่นนวัตกรรม เพราะไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด

“สิ่งที่ขายได้วันนี้ ไม่สามารถการันตีว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่ออีอีซีมาจะมีคู่แข่ง ชลบุรีเหมือนสเต็กที่ทุกคนอยากกิน อยากแบ่ง เราจึงต้องสร้างนวัตกรรมเอง โดยหอการค้ามีส่วนในการผลักดันให้นวัตกรรมเกิดขึ้นจริง ล่าสุดเซ็นเอ็มโอยูกับม.บูรพา โดยจะเป็นตัวกลางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรม” นายธีรินทร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้าย มีผู้ซักถามและแสดงความเห็นจำนวนมาก