น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยหลังการประชุมหารือเรื่อง “ผลกระทบภัยแล้งร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการสินค้าปศุสัตว์” ทั้งไข่ไก่, ไก่เนื้อ, สุกร ว่า ได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการสินค้าทั้ง 3 ชนิดว่าหน้าแล้งนี้ ปริมาณผลผลิตจะเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่แสดงความกังวลในเรื่องต้นทุนการผลิตที่อาจสูงขึ้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า จากการขาดแคลนน้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงและราคาอาหารสัตว์อาจสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณลดลงและราคาเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งกรมฯจะติดตามการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณของสินค้า 3 ชนิดทุกวัน และพร้อมออกมาตรการดูแลหากพบปัญหาจนกระทบต่อผู้บริโภค
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า มีการยืนยันว่าไก่เนื้อจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดสัปดาห์ละ 30 ล้านตัว ราคาจำหน่ายยังทรงตัวอยู่ที่ 70-75 บาทต่อตัว เป็นการบริโภคในประเทศ 5 ล้านตัว และส่งออก 25 ล้านตัว ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่และเลี้ยงในระบบปิดที่มีการควบคุมคุณภาพและปริมาณการผลิต ซึ่งผู้ประกอบการได้สะท้อนปัญหาเรื่องต้นทุนน้ำในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าด้วย เพราะหากน้ำบาดาลลดลง ก็ต้องสั่งซื้อน้ำแทน ขณะที่วัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้ง ข้าวโพด ถั่วเหลือง อาจจะได้รับผลกระทบภัยแล้งได้ ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลกระทบชัดเจนในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า ในส่วนของสุกรมีผลผลิตออกสู่ตลาดวันละ 35,000 ตัว ซึ่งรายใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเพราะใช้น้ำบาดาล แต่รายกลางและเล็ก เริ่มมีปัญหาขาดน้ำจนต้องซื้อน้ำเพื่อเพาะเลี้ยง โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ราชบุรี ผู้ประกอบการสะท้อนหากแล้งนาน ถึงมิถุนายน จะกระทบต่อผลผลิตสู่ออกสู่ตลาดใน 4-6 เดือนข้างหน้าลดลง ส่วนราคาขายปลีกในขณะนี้ยังไม่ขยับเพิ่ม เพราะสัดส่วนต้นทุนเลี้ยงสุกรจากค่าน้ำ ค่าไฟ และขนส่งจะอยู่ประมาณ 10% ขณะที่ราคาแม่พันธุ์สุกร 40% และอาหารสัตว์ 50% และน้ำที่ซื้อจะเป็นต้นทุนที่เพิ่มประมาณ 1.77% ซึ่งผู้เลี้ยงระบุยังแบกรับภาระได้ โดยราคาหมูเป็นยังอยู่ที่ 68 บาท/กก. และหมูเขียง 120-130 บาท อาจขยับได้เล็กน้อยตามต้นทุน แต่ผู้บริโภคไม่ต้องกังวลว่าราคาจะสูงถึง 81 บาท/กก. หรือหมูเขียง 180 บาทเหมือนในอดีต และจะจับตาหมูเขียงไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนไข่ไก่ออกสู่ตลาด 42 ล้านฟองต่อวัน หรือ 15,560 ฟอง/ปี สูงกว่าปริมาณบริโภค 40 ล้านฟองต่อวัน ถือว่าปริมาณเพียงพอ เพราะอยู่ในช่วงปิดเทอมปริมาณต้องการจะลดลง ข้อกังวลคืออากาศร้อนทำให้ไข่ฟองเล็กลง และต้นทุนสูงจากใช้ไฟฟ้าเพิ่มและต้องซื้อน้ำ บริษัทใหญ่ไม่มีปัญหา แต่รายเล็กต้องเข้าไปดูว่าจะบริหารจัดการอย่างไรหรือปรับเปลี่ยนหันทำรายได้อื่นเพิ่ม หรือหารือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภา (กฟภ.) เพื่อช่วยเหลือด้านต้นทุน แต่เมื่อดูต้นทุนเลี้ยงอยู่ที่ฟองละ 2.79-2.80 บาท แต่ราคาขายไข่ไก่คละอยู่ที่ 2.90 บาท เบอร์ 3(นิยมซื้อมากสุด)ฟองละ 3.35 บาท

