นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ แบ่งเป็นเงินสะสมจากลูกจ้างในอัตราสูงสุด 15% และเงินสมทบจากนายจ้างในอัตราสูงสุด 15% เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันกฎหมายระบุว่าสามารถสะสมรวมกันได้ 30% อย่างไรก็ตาม การลงทุนผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การเลือกลงทุนของนายจ้างและคณะกรรมการกองทุนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ที่มีผลต่อการออมหลังวัยเกษียณและสังคมผู้สูงอายุ เช่น การลงทุนในหุ้น เพื่อให้ผลตอบแทนที่สูง ซึ่งทาง ก.ล.ต.พยายามให้ข้อมูลว่าการเพิ่มอัตราการสะสมในกองทุนนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ความสำคัญ
นางทิพยสุดากล่าวว่า อยากเชิญชวนนายจ้าง กรรมการกองทุนเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพื่อให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกได้รับประโยชน์เต็มที่ โดย ก.ล.ต.ร่วมกับสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จัดประกวดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีเด่นประจำปี 2560 เพื่อคัดเลือกกองทุนที่มีการบริหารจัดการที่ดี โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความสามารถในการบริหารจัดการกองทุน บทบาทของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และในปี 2560 จะเพิ่มหลักธรรมาภิบาลการลงทุน เป็นเกณฑ์การตัดสินเพิ่มด้วย
ทั้งนี้ กองทุนที่จะเข้าร่วมประกวด จะต้องเป็นกองทุนที่จดทะเบียน ก.ล.ต.ไม่น้อยกว่า 3 ปี และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือผู้อำนวยการสายงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในการเข้าร่วมประกวด โดยผู้สนใจสามารถโหลดแบบฟอร์มได้ทาง www.aop.or.th ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2560 และจะประกาศผลและมอบรางวัลในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561

