เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงอุบัติเหตุ รถกระบะสีดำ ทะเบียน ผค 43 ชลบุรี พุ่งข้ามเลนชนรถจักรยานยนต์ที่ติดไฟแดงมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย บาดเจ็บ 15 ราย และสุนัขตาย 1 ตัว ที่พัทยาใต้ว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรีได้รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น .ของวันที่ 4 ธ.ค. เกิดเหตุรถกระบะบรรทุกเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาตามถนน เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร จากการตรวจสอบพบว่า รถต้นเหตุเป็นรถเลขทะเบียน ผค 43 ชลบุรี ลักษณะกระบะบรรทุก สิ้นอายุภาษี 4 ธันวาคม 2560 โดยมีนางทองใส อุดมรัตน์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ส่วนผู้ขับรถกระบะบรรทุกคันดังกล่าว ชื่อ นายอัครเดช อุดมรัตน์ มีใบอนุญาตขับรถ แบบตลอดชีพ เลขที่ 56000080
นายสนิทกล่าวว่า เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าขณะเกิดเหตุผู้ขับขี่อาจจะมีอาการโรคลมชักกำเริบ ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ เพราะจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้ออ้างเรื่องโรคลมชักนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาหลักฐาน
นายสนิทกล่าวว่า กรณีที่หลายฝ่ายสงสัยว่านายอัครเดช ได้ใบขับขี่มาได้อย่างไร หากพบว่าเป็นโรคลมชักนั้นขอชี้แจงว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นนายอัคราเดช ถือใบขับขี่ตลอดชีพ ซึ่งเป็นใบขับขี่ที่ได้รับมานานแล้วตั้งแต่ที่กรมไม่ได้ยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ อาจทำให้เกิดช่องว่างในการเข้าไปตรวจสอบประวัติสุขภาพ อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมได้ประกาศยกเลิกการให้ใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพแล้ว รวมทั้งอยู่ระหว่างหารือกับแพทย์สภา เพื่อปรับปรุงมาตรฐานใบรับรองแพทย์ที่นำมายื่นประกอบการขอใบอนุญาตขับขี่ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งมีแนวคิดร่วมกันว่าจะต้องมีการจัดทำแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์มาตรฐานขึ้นมาให้เป็นรูปแบบเดียวกัน โดยอาจจะมีการกำหนดกลุ่มโรคที่มีความเสี่ยงหรือมีอันตรายต่อการขับขี่ในแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ โดยหากแพทย์วินิจฉัยว่าบุคคลใดเข้าข่ายเป็นโรคต้องห้ามหรือมีความเสี่ยงแพทย์จะวินิจฉัยว่าไม่เหมาะสมที่จะขับขี่รถ ซึ่งกรมจะไม่พิจารณาออกใบอนุญาตขับขี่ให้
“กรมได้หารือกับแพทย์สภามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เรื่องแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์มาตรฐาน ที่จะห้ามไม่ให้คนที่อยู่ในกลุ่มโรคที่เสี่ยงรวมทั้งลมชักมาขับรถ จึงยังไม่ได้บังคับเป็นกฎหมายหรือห้าม ซึ่งปัจจุบันใช้เพียงใบรับรองแพทย์เท่านั้น ในการยื่นประกอบขอใบขับขี่ หากแพทย์เขียนความเห็นว่าบุคคลนั้นมีสภาพปกติ สามารถขับรถได้ กรมก็จะออกใบขับขี่ให้ เพราะกรมต้องยึดตามใบรับรองแพทย์” นายสนิทกล่าว
นายสนิทกล่าวว่า อย่างไรก็ตามกรณีที่เกิดขึ้นหากมีเอกสารจากโรงพยาบาลว่าผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวเป็นโรคลมชักจริง ทางกรมการขนส่งทางบกสามารถเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ทันที
นายสนิทกล่าวว่า สำหรับกรณีชายสูงวัยที่เชียงใหม่ใช้ไม้เท้าฟาดกระจกรถคันอื่นได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระจกบาดนั้น สามารถเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้เช่นเดียวกัน แต่โทษที่น่าจะหนักกว่าการถอนใบอนุญาตคงเป็นเรื่องของคดีความทางอาญาที่ชายคนดังกล่าวจะได้รับมากกว่า

