หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน3สถาบัน ...

เอกชน3สถาบัน ห่วงบาทแข็งค่าต่อเนื่อง กระทบความสามารถแข่งขันและส่งออกยากขึ้น วอนธปท.ดูแล

6.12.17 | 14:31 น.

ที่โรงแรมดุสิตธานี นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.)ว่า ทิศทางค่าเงินบาท ยังมีแนวโน้มผันผวนในกรอบที่แข็งค่า เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่ขาดแรงหนุนใหม่ๆในระยะอันใกล้นี้ โดยที่ประชุมกกร.มีความเป็นห่วง ว่า เงินบาทที่แข็งค่าเร็วเกินไป อาจจะไม่เป็นผลดีต่อภาคการค้าระหว่างประเทศในระยะต่อไป โดยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 31 เดือน แตะ 32.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแข็งค่าขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับปลายปีที่แล้ว เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ ถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับร่างกฎหมายภาษีของสหรัฐฯ รวมทั้ง จากการไหลกลับเข้ามาของเงินลงทุนต่างชาติ ซึ่งความเคลื่อนไหวของเงินทุนระยะสั้นดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงความสามารถในการแข่งขัน และการประกอบการของผู้ส่งออกได้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงควรดูแลให้ความเคลื่อนไหวเงินทุนระยะสั้นดังกล่าว ให้กระทบต่อผู้ประกอบการให้น้อยที่สุด

นายกลินท์ กล่าวว่า ที่ประชุมกกร.เห็นว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ขยายตัวสูงกว่าคาด ประกอบกับการส่งออกและการท่องเที่ยว ที่ยังขยายตัวดีต่อเนื่อง ทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2560 อาจขยายตัวโน้มเข้าสู่กรอบบนตามที่กกร.ประมาณการไว้ 3.7-4% ส่วนการส่งออกน่าจะขยายตัวได้สูงกว่ากรอบประมาณการเดิมที่ตั้งไว้ 6.5-7.5% หลัง 10 เดือนแรกของปี ขยายตัวสูงถึง 9.7% กกร.จึงมองว่ามีความเป็นไปได้ ว่า การส่งออกปี 2560 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 6%


“ภาพรวมเศรษฐกิจ การส่งออกและการท่องเที่ยวขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ถึง 4% และการส่งออกน่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องเช่นกัน โดยประมาณการว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 6% อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจฐานรากยังขยายตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร รัฐบาลจึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงการต่างๆ ในท้องถิ่น เพื่อกระจายรายได้ไปสู่เศรษฐกิจฐานราก และมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น” นายกลินท์ กล่าว