เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 นายนนท์ อายุ 28 ปี พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอ้างว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนตนได้ส่งพัสดุทางไปรษณีย์จาก จ.เชียงราย ไปยังกรุงเทพ และทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดไว้เนื่องจากเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นก็ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และอ้างว่าได้ออกหมายจับแล้ว อย่างไรก็ตามต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 ก็ได้รับโทรศัพท์จากหมายเลข +53 699803 และอ้างตัวว่าโทรจากไปรษณีย์ซึ่งได้ทำการอายัดพัสดุที่ นายนนท์ ได้ส่งไป ซึ่งพบว่าเป็น ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม จากนั้นก็ระบุอีกว่าอีกสักพักจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย จะโทรไปโดยให้ตนโทรเช็คกับ 1133 ว่าหมายเลขที่ตำรวจจะโทรไปคือหมายเลข 053-744572 ซึ่งเมื่อตนโทรเช็คก็พบว่าเป็นหมายเลขของ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย
จากนั้นในเวลาถัดมาก็มีหมายเลขโทรศัพท์ +53 744572 โทรเข้ามาและอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำเนินคดีซึ่งมีเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งความไว้ในเรื่องสิ่งของผิดกฎหมายและอ้างว่าขณะนี้ทางผู้การได้เรียกคุยในเรื่องคดีนี้อีกทั้งได้ออกหมายจับเอาไว้แล้วใน 2 คดี คือ คดียาเสพติด และคดีฟอกเงิน โดยให้แอดไลน์มาที่ไอดี 053744572 เพื่อจะส่งหมายจับให้ตน และเมื่อได้กดแอดไลน์ไปก็ขึ้นชื่อในไลน์ว่า อนันต์ คำมี โดยรูปที่ใช้ก็เป็นรูปโปรไฟล์เป็นชายแต่งเครื่องแบบตำรวจยศ ร้อยตำรวจเอก ซึ่งได้ส่งไฟล์หมายจับมาให้ตนเพื่อยืนยันว่าออกหมายจับจริง ซึ่งหลังจากวางสายไปคนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ย้ำกับตนเองว่าห้ามโทรกลับเด็ดขาดซึ่งหลังจากส่งหมายจับเสร็จแล้วจะโทรไปหาเอง
อย่างไรก็ตามตนเห็นว่ามีความผิดปกติหลายอย่าง เพราะเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปที่ จ.เชียงราย หรือส่งของแต่อย่างใด และรูปแบบหมายจับก็ไม่เหมือนกับหมายจับจริงจึงเชื่อว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรมาหลอกลวงเอาเงินที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังไปก่อนหน้า จึงไม่ได้หลงเชื่อ และไม่รับโทรศัพท์จากสายดังกล่าวอีกเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอลแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ติดต่อพนักงาน กฟผ.แม่เมาะ รายนี้ พบว่าชื่อดังกล่าวได้เคยโทรไปหลอกลวงชาวลำปางก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งคาดว่ากลุ่มนี้ตั้งใจที่จะเลือกเฉพาะเจาะจงก่อเหตุหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ จ.ลำปาง ด้วยวิธีการสุ่มโทรไปหาชาวลำปาง ทำให้ขณะนี้ประชาชนชาวลำปางได้มีการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ แบบปากต่อปาก และแชร์ข่าวที่มีการนำเสนอออกไป เพื่อเป็นการเตือนภัยสังคมให้รู้ทันการโทรศัพท์มาหลอกลวงดังกล่าว

