หน้าแรก เศรษฐกิจ รมช.เกษตร รับ...

รมช.เกษตร รับ3ข้อเสนอแก้ราคายางตกต่ำ ชาวสวนให้เวลา30วันต้องได้คำตอบ

6.12.17 | 14:49 น.

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการพบปะและประชุมร่วมกับแกนนำ และตัวแทนชาวสวนยางกว่า 30 คน จากสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) กว่า 30 คน โดยมีนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)ร่วมประชุม วันที่ 6 ธันวาคม ว่า ทางตัวแทนชาวสวนยางมีข้อเสนอใหม่ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ขอให้มีตัวแทนชาวสวนยางชายขอบ ซึ่งเป็นคนตัวเล็กตัวน้อย มีส่วนร่วมกับการกำกับดูแลยาง ตรงนี้ทางกระทรวงฯก็จะรับต่อว่าจะเป็นอย่างได้ ทำได้มากน้อยแค่ไหน ในการร่วมกับคณะกรรมการด้านยางระดับสูงขึ้นไป เช่น กยท. และคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน


2.ขอให้ตัวแทนชาวสวนยางเข้าไปมีส่วนร่วมเสนอกลยุทธ์ ในยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี หรือปี 2560-2579 ของ กยท. เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีผลสัมฤทธิ์ ทำได้จริง และเป็นประโยชน์กับเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อย และ 3. ขอให้มีการปรับระเบียบภายใน กยท. เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 49 (5) ซึ่งระบุว่าให้นำเงินค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกยางพารา (เงินเซส) ไม่เกิน 7% เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง โดยเสนอแก้ระเบียบนี้ ให้เกษตรกรสวนยางที่สมัครใจสามารถจ่ายเงินเป็นสวัสดิการแก่ตัวเองด้วย ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการสงเคราะห์

“ทั้ง 3 ประเด็นนี้ กยท.รับไปดูและจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กยท.ด้วย และต้องไปดูว่าจะสามารถทำได้หรือไม่อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ที่ประชุมครั้งนี้ ได้ข้อตกลงร่วมกันว่า จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งมีตัวแทนกระทรวงเกษตร ชาวสวนยาง และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเตรียมแต่งตั้ง นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ที่กระทรวงฯจะเสนอชื่อเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯในเร็วๆนี้ เป็นประธานคณะทำงานนี้ร่วมกับเกษตรกรเพื่อร่วมแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และดูแลแนวทางที่ทางเกษตรกรเสนอมาทั้งหมด รวมถึงให้ทบทวนงานวิจัยและพัฒนาให้เกิดความชัดเจนที่จะพัฒนาชาวสวนยางรายย่อยให้เกิดความยั่งยืน ”นายลักษณ์ กล่าว

นายลักษณ์ กล่าวถึงข้อซักถามของผู้สื่อข่าวที่ว่า การเข้ามารับตำแหน่งของนายลักษณ์ ในการนั่งรมช.เกษตร รู้ปัญหาเกี่ยวกับราคายางร่วงหรือยัง ว่าเกิดจากปัจจัยภายนอก ภายในประเทศ หรือปัญหาการเมือง ว่า เรื่องของปัญหาราคายางพารา ขณะนี้ขออนุญาตไม่ขอตอบ เพราะไม่อยากให้ยางพาราเป็นพืชทางการเมือง อยากให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนว่าในอนาคตราคายางพาราจะถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หรือไม่ ต้องรอดูก่อน

Advertisement

นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า ทางตัวแทนชาวสวนยางมีข้อเสนอีก ได้แก่ ต้องการปฏิรูปเกษตรชาวสวนยาง สามารถพึ่งพาตัวเองได้ พอเพียง และลดการช่วยเหลือจากภาครัฐ ปฏิรูปสวนยาง ด้วยการเพิ่มพืชอื่นๆ เข้าในพื้นที่ปลูกยาง เพื่อลดการพึ่งพาจากยางพาราเพียงอย่างเดียว ปฏิรูปการผลิต และการแปรรูปยาง ให้รายย่อยสามารถรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ชาวสวนยาง เพื่อให้สามารถรวบรวบแปรรูปยางสร้างมูลค่าเพิ่มและทำการตลาดได้ และปฏิรูปการตลาด ด้วยการให้รัฐเขามาสนับสนุนชาวสวนยางในการลดพื้นที่ปลูกยางพาราลง ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ดึงดูด และส่งเสริมให้มีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น

นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) กล่าวว่า ได้ประชุมและยื่นหนังสือข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปยางพาราไทยทั้งระบบไป หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามที่เรียกร้อง 2-3 ข้อหลัก ภายใน 30 วันจากนี้ จะมีการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวที่กระทรวงเกษตรฯ หรือทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง โดยเสนอว่าต้องการให้แก้ไข พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 49(5) เพื่อให้ชาวสวนยางที่สมัครใจสามารถจ่ายเงินสมทบเข้าเงินเซสเพื่อเป็นกองทุนสวัสดิการแก่ชาวสวนยางได้ ซึ่งจะเปลี่ยนจากเดิมเป็นการสงเคราะห์ เป็นสวัสดิการ หากชาวสวนยางจ่ายเงินสมทบได้ ก็ให้ กยท.จ่ายเงินสวัสดิการให้แก่คนกรีดยางครัวเรือนละ 3,000 บาท ใช้เยียวยาเวลาเกิดวิกฤตราคายางพารา

“ ชาวสวนยางมีมติกันว่าจะจ่ายสมทบวันละ 1 บาทต่อคน โดยปัจจุบันมีเกษตรกชาวสวนยาง 1.6 ล้านครัวเรือน ถ้ามีผู้สมัครใจประมาณ 1 ล้านครัวเรือน จะทำให้ปีหนึ่งมีเงินสมทบ 365 ล้านบาท เมื่อนำไปรวมกับเงินจัดสรรดูแลชาวสวนยางซึ่งแบ่งจากเงินเซส 7% หรือประมาณ 420 ล้านบาทที่มีอยู่เดิม จะทำให้มีเงินที่ใช้เป็นสวัสดิการแก่ชาวสวนยางรวมไม่ต่ำกว่า 700 กว่าล้านบาทต่อปี ” นายสุนทร กล่าวและว่า หากเมื่อชาวสวนยางจ่ายเงินสมทบ มีข้อเสนอต้องการสิทธิเรื่องค่ารักษาพยาบาล และเรื่องได้รับเงินเยียวยาตอนเกิดวิกฤตราคายางพาราตกต่ำ จ่ายเงินคนกรีดยาง 3,000 บาทต่อครัวเรือน จากเดิมตามระเบียบต้องรอเกษตรกรเสียชีวิตก่อน กยท.ถึงจ่ายเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อครัวเรือน” นายสุนทร กล่าว

นายสุนทร กล่าวว่า สำหรับการกำหนดเกณฑ์ช่วยเหลือว่าราคายางพาราตกต่ำเท่าไหร่ถึงจะได้รับเงินสมทบ ได้เสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจะแก้ไขระเบียบว่าด้วยสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางพิจารณา นอกจากนี้ ต้องการให้ชาวสวนยางชายขอบมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการยางพารา และได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงจากภาครัฐ โดยชาวสวนยางชายขอบ มีประมาณมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน หมายรวมถึงชาวสวนยางทั้งที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน และชาวสวนยางรายย่อย ที่มีไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน

นายสุนทร กล่าวอีกว่า โดยช่วงบ่ายวันที่ 6 ธันวาคม ตนเองและตัวแทนสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นหนังสือกับพล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ พร้อมประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการผลผลิตทางการเกษตร ที่มีนายพรศักดิ์ เจียรนัย เป็นประธาน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราอย่างยั่งยืนร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 ธันวาคม ที่กระทรวงเกษตรฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมหารือแก้ปัญหาราคายางพารา และดูแลการผลิต การตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง