หน้าแรก เศรษฐกิจ นักวิชาการเตื...

นักวิชาการเตือน!! อาเซียนด้วยกันใช้ประโยชน์จากเออีซีต่ำ หวั่นจีน-เกาหลีใต้ผูกขาด

10.12.17 | 10:35 น.

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการสำรวจการค้าขายและการลงทุน ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทั้งก่อนและหลังเปิดเสรีนำเข้าของกลุ่ม 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่มีการลดภาษีเป็น 0% สมบูรณ์ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 พบว่า หลังเออีซีประเทศสมาชิกในอาเซียนค้าขายกันเอง มีสัดส่วนที่ลดลงจากก่อนเออีซีมีสัดส่วน 26% ลดเหลือ 22% ในปีนี้ แต่ค้าขายกับประเทศนอกอาเซียนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาเซียนค้าขายกับประเทศจีน สัดส่วนจาก 11% เป็น 17% ขณะที่ค้าขายกับสหรัฐลดลงจาก 15% เหลือ 12% ยุโรปจาก13% เหลือ 11% และญี่ปุ่น 10% เหลือ 7% เมื่อแยกเป็นกลุ่มประเทศอาเซียนเก่า ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ค้าขายกับอาเซียน เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 28% ขณะที่กลุ่มประเทศอาเซียนใหม่หรือซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย ลาว พม่า กัมพูชา และ เวียดนาม ค้าขายกับอาเซียนลดลงจาก 19% เหลือ 9%
“ที่น่าสนใจคือ 6 ประเทศอาเซียนเก่า ค้าขายกับตลาดโลกมีอัตราขยายตัว 40-90% แต่ 4 ประเทศซีแอลเอ็มวีค้าขายกับตลาดโลกมีอัตราขยายตัวสูงถึง 400-1,000% อย่างลาว ขยายตัว 1,000% จากมีมูลค่าค้ากับโลก 900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เวียดนามขยายตัว 600% จาก 6.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 4.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ พม่า เพิ่ม 700% จาก 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงการขยายตัวของกลุ่มซีแอลเอ็มวี” นายอัทธ์กล่าว

นายอัทธ์ กล่าวอีกว่า ในการสำรวจพบอีกว่า กลุ่มประเทศอาเซียนเก่านำเข้าจากอาเซียนด้วยกันลดลง จากสัดส่วน 24% เหลือ 22% แต่กลายเป็นการนำเข้าจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 19% และมีแนวโน้มจะนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจถึง 20-25%ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ขณะที่กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี นำเข้าจากอาเซียนลดลงจาก 29% เหลือ 19% แต่นำเข้าจากจีน เพิ่มจาก 19% เป็น 32% รวมถึงอัตราการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นของสินค้าและการลงทุนจากเกาหลีใต้ ในประเทศอาเซียนโดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี ซึ่งตอนนี้เกาหลีใต้เข้าลงทุนในเวียดนามสูงกว่าประเทศอื่นๆ จากสำรวจพบว่าปัจจัยที่นำให้การค้าประเทศซีแอลเอ็มวีกับจีนขยายตัวสูงมาก ปัจจัยหลักจากนักลงทุนจีนหันมาตั้งโรงงานในประเทศเกิดใหม่มากขึ้น แสวงหาต้นทุนต่ำและกำไรสูงจากวัตถุดิบในประเทศเพียงพอ ประเทศนั้นๆได้สิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) นำเข้า 0% ในประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นฐานผลิตส่งกลับประเทศจีนและป้อนตลาดส่งออกทั่วโลก


“ในการสำรวจเกิดข้อกังวลว่าประเทศนอกอาเซียนจะเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่อการค้าการลงทุนในอาเซียน แทนที่ประเทศในอาเซียนจะได้ประโยชน์หรือเอื้อประโยชน์กันเองกับการเปิดเออีซี โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ยังเป็นกลุ่มที่จีน เกาหลีใต้ บุกหนักกับการเข้ามาค้าขายและลงทุนในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ที่น่าห่วงอาจถูกจีนและเกาหลีใต้ผูกขาดตลาดการค้าอาเซียน ซึ่งไทยควรต้องมีการปรับตัวและใช้โอกาสนี้ในการสร้างโอกาสทางการค้า โดยการเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนของซีแอลเอ็มวี รัฐควรส่งเสริมการเข้าไปลงทุนหรือเปิดสาขาใหม่ๆ ในประเทศเหล่านี้ เพราะหลายประเทศในอาเซียน ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม กำลังเร่งพัฒนาการแปรรูปและหีบห่อเพื่อการตีตลาดซีแอลเอ็มวีแทนไทย ที่ยังได้รับความนิยมและความเชื่อถือในสินค้าอยู่ขณะนี้” นายอัทธ์กล่าว