‘พล.อ.สุกิจ’ย้ำ กทปส.ชุดเก่ายังขับเคลื่อน ปีหน้าตั้งงบ 1 พันล้านเน้นงานวิจัยนวัตกรรม

12.12.17 | 15:04 น.

พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดเผยว่า สำหรับคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. ที่หมดวาระไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในช่วงรักษาการแทนและดำเนินภารกิจแทนบอร์ด กสทช.ชุดใหม่ เชื่อว่าจะไม่กระทบแผนงานเดิมที่วางไว้แล้ว สามารถดำเนินโครงการต่อได้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 สถานะการเงิน กทปส. มีเงินคงเหลือรวม 39,350.26 ล้านบาท เป็นเงินที่มีภาระผูกพันจำนวน 18,805.87 ล้านบาท คงเหลือเงินหลังหักภาระผูกพันแล้วจำนวน 20,544.39 ล้านบาท โดยในส่วนนี้จะแบ่งเป็นงบสำหรับแจกคูปองทีวีดิจิทัล 4,100 ล้านบาท งบสำรองโครงการให้บริการโทรคมนาคมเพื่อสาธารณะโดยทั่วถึง (ยูโซ่) ฉบับที่ 2 (2560-2564) จำนวน 15,000 ล้านบาท


พล.อ.สุกิจกล่าวว่า ส่วนงบสำหรับงานวิจัยและพัฒนาสำหรับการจัดสรรเงินจากกองทุนอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับการดำเนินโครงการทั่วไป 300 ล้านบาท และงบสำหรับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตามที่ กสทช.เสนอมาอีก 700 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในส่วนงบสำหรับงานวิจัยฯ จะต้องครอบคลุมการให้ทุน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียงฯ ด้านการส่งเสริมชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน ด้านการวิจัยและพัฒนาในกิจการกระจายเสียงฯ ด้านการพัฒนาบุคลากรด้านกิจการกระจายเสียงฯ ด้านการส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรที่ทำหน้าที่ในการจัดทำมาตรฐานจริยธรรมของการประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย และด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

“สำหรับหัวข้อการส่งเสริมด้านการวิจัยฯ ในปี 2561 จะมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เช่น เทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) สมาร์ทซิตี้ โดยสามารถยื่นข้อเสนอโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560-31 มกราคม 2561” พล.อ.สุกิจกล่าว

พล.อ.สุกิจกล่าวว่า ส่วนการดำเนินงานภายใต้แผนยูโซ่ ฉบับที่ 2 จะขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ 1.การขยายความครอบคลุมสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ ประมาณ 3,920 หมู่บ้าน และในพื้นที่ห่างไกล อีกประมาณ 15,732 หมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐบาลตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงทุกหมู่บ้าน 2.การจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความเร็วไม่น้อยกว่า 30/10 เมกะบิตต่อวินาที โดยการเชื่อมโยงโครงข่ายท้องถิ่นกับโครงข่ายอินเตอร์เน็ตภายใต้โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และ 3.การจัดให้มีศูนย์ยูโซ่เน็ต ประจำโรงเรียน ชุมชนและหน่วยงานที่ให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายทางสังคม จำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 แห่ง ที่มีความเร็วการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไม่น้อยกว่า 30/10 เมกะบิตต่อวินาที พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการเป็นระยะเวลา 3 ปี รวมถึงยกระดับมาตรฐานความเร็วในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้แก่หน่วยงานภาครัฐให้ไม่น้อยกว่า 30/10 เมกะบิตต่อวินาที

Advertisement