ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในการเสวนาหัวข้อ” อนาคต โทรคมนาคม หลังประมูล 4 G “ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ จากบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ผู้ชนะประมูลคลื่น 900 เมกกะเฮิร์ต ว่า จะมาจ่ายเงินหรือไม่ แต่เบื้องต้นได้รับการประสานมาอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ว่า แจสมีความมั่นใจในการจ่ายเงินครั้งนี้ เพียงแต่ยังไม่ได้สามารถพูดรายละเอียดได้มากกว่านี้ ต้องรอหนังสืออย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะหากบอกไปก่อนว่าแจส จะมาจ่ายแล้วไม่มา อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ โดยในวันที่ 21 มีนาคมนี้ ถือเป็นวันสุดท้ายของการจ่ายเงิน ทางกสทช.ได้เตรียมสถานที่ไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว หากแจสจะเข้ามาจ่ายเงินภายในระยะเวลา 16.30 น. กสทช.ก็พร้อมที่จะทำพิธีรับมอบเช็คและแถลงข่าวได้ทันที
นายฐากร กล่าวว่า หากแจสไม่มาจ่ายเงินตามกำหนด กสทช.จะนำเรื่องดังกล่าวแจ้งนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำประเทศให้รับทราบ ซึ่งในขณะนี้ กสทช.ได้เตรียมหนังสือทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว และพร้อมรายงานนายกรัฐมนตรีได้ทันที รวมทั้งจะเร่งดำเนินการให้มีการประมูลอีกครั้ง ภายใน 4 เดือนข้างหน้า โดยขณะนี้ในส่วนที่มีความชัดเจนแล้วคือ กสทช.ไม่มีอำนาจที่ไปเลือกผู้เข้าร่วมประมูลที่เสนอราคาอันดับรองลงมา จากแจสมารับใบอนุญาตแทนได้ จะต้องมีการเปิดประมูลใหม่เท่านั้น โดยมีราคาตั้งต้นจะเริ่มที่ 75,654 ล้านบาท ตามราคาสุดท้ายที่แจสประมูลได้ บวกกับอัตราเงินเฟ้อ แต่หากเปิดประมูลรอบที่ 2 แล้ว ไม่มีผู้สนใจกสทช.ก็จะเก็บใบอนุญาตคลื่นความถี่ดังกล่าวไว้อีก 1 ปี และเปิดประมูลใหม่รอบที่ 3 โดยมีราคาตั้งต้นที่ 75,654 ล้านบาท บวกกับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งครั้งนี้จะอนุญาตให้มีการเคาะราคาที่ลดลงได้ แต่เชื่อว่าประเทศชาติจะไม่รับความเสียหายและผลกระทบ เพราะ กสทช.จะอนุญาตให้บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลในราคาที่สูงขึ้นเช่นกัน เข้าร่วมประมูลด้วย เพราะฉะนั้น น่าจะเกิดการต่อสู้ในการประมูลขึ้น และไม่น่าจะมีการเคาะราคาให้ลดลง อย่างแน่นอน
นายฐากร กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางกสทช.ยังได้มีการแต่งตั้งคณะประเมินความเสียหายจากที่เกิดขึ้น หากแจส ไม่มาจ่ายเงินไว้แล้ว ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการคลัง เพื่อประเมินความเสียหาย และการสูญเสียโอกาสของประเทศชาติ หากไม่สามารถใช้คลื่นความถี่ 4 จีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากได้ข้อสรุปและมูลค่าความเสียหายแล้ว ทางกสทช.ก็จะฟ้องร้องค่าเสียหายต่อประเทศชาติจากแจสได้ทันที รวมถึงหากการเปิดประมูลในรอบใหม่ มีมูลค่าที่ต่ำกว่า 75,654 ล้านบาท ซึ่งราคาสุดท้ายที่แจสประมูลไว้ กสทช.ก็จะฟ้องร้องเรียกค่าส่วนต่างคืนจากแจสอีกคดีหนึ่ง

