นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงฯเตรียมของขวัญปี 2561 มอบให้แก่ประชาชน โดยเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) และผู้ประกอบการ ผ่าน 4 มาตรการ ได้แก่ โครงการคูปองเสริมแกร่งธุรกิจเอสเอ็มอี วงเงิน 30,000 บาทต่อราย มีเป้าหมายช่วยเหลือ 10,000 ราย งบประมาณ 300 ล้านบาท โครงการขับเคลื่อนเอสเอ็มอีใช้ช่องทางอี-คอมเมิร์ซ ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก โครงการบิ๊ก บราเธอร์ นำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มาช่วยยกระดับเอสเอ็มอี เตรียมความพร้อมรับความต้องการของตลาดโลก และโครงการสแตน อัพ ยกระดับเอสเอ็มอี สู่มาตรฐานเฉพาะ (มอก.เอส) ซึ่ง 4 มาตรการเริ่มดำเนินการเดือนมกราคม 2561
ทั้งนี้ ยังมีโครงการยกระดับอุตสาหกรรมชุมชนเชื่อมโยงท่องเที่ยว(ซีไอวีพลัส) ส่งเสริมกระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ มาตรฐานต่างๆ ให้สอดคล้องกับหมู่บ้านเป้าหมายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้คัดเลือกแล้ว และกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งพัฒนาศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต(ไอทีซี) ให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมได้ ขยายบริการศูนย์ไอซีทีและเครือข่ายทั่วประเทศ ยกระดับให้เป็นศูนย์บริการอย่างเต็มรูปแบบ และจะเปิดให้บริการทั่วประเทศ 12 แห่ง ภายในเดือนมีนาคม 2561
นอกจากนี้ กระทรวงฯจะสนับสนุนการใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มความสะดวกในการออกใบอนุญาตต่างๆ เพื่อรองรับอุตสาหกรรม 4.0 และประเทศไทย4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล คือ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม(สมอ.) จะการออกใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.)เปิดให้บริการด้วยระบบการออกใบอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์(อี-ไลเซ่น) ลดระยะเวลาการอนุญาต จาก 46 วัน เหลือเพียง 10 วันทำการ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จะบริการฐานข้อมูลการจดทะเบียน ชาวไร่อ้อย หัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางในการตรวจสอบการจดทะเบียนชาวไร่อ้อย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) จะนำโครงการการอนุญาต อนุมัติ นำเข้า-ส่งออก โดยใช้คิวอาร์ โค้ด และกระทรวงฯยังได้ประสานขอความร่วมมือสถานประกอบการเหมืองแร่ทั่วประเทศ ดำเนินการจัดกิจกรรม สัปดาห์ “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน” โดยจัดให้มีกิจกรรมตรวจสุขภาพหรือกิจกรรมออกกำลังกาย ให้กับประชาชนโดยรอบ สถานประกอบการ จัดพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 26 เดือนมกราคม 2561

