หน้าแรก เศรษฐกิจ สรรพสามิตตรวจ...

สรรพสามิตตรวจเข้มลานเบียร์รับลมหนาว –ระดมทีมปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายช่วงปีใหม่

20.12.17 | 14:49 น.

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีและอากาศที่กำลังเย็นลงทั้งในกทม.และทั่วประเทศในขณะนี้ ทำให้เบียร์ขายดี และมีการเปิดลานเบียร์กันมาก ดังนั้นกรมจะเข้าไปตรวจสอบการขายเบียร์ ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดการให้ใบอนุญาตขายสินค้าแอลกอฮอล์ เช่น ห้ามใกล้โรงเรียน ห้ามใกล้วัด และห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงต้องขายในเวลาที่กำหนด คือ เวลา 11.00-14.00 น. และเวลา 17.00-24.00 น. โดยผู้ที่ขายเบียร์ต้องมีการขอใบอนุญาตจากกรมสรรพามิต มีค่าใบอนุญาต 2-3 พันบาทต่อปี ต้องระบุสถานที่ขายอย่างชัดเจน


นายกฤษฎา กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนแรกปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม-พฤศจิกายน) กรมสรรพสามิตออกตรวจกำกับดูแลการขายสุราของสถานประกอบการให้ถูกต้องตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 9,464 ราย และมีการเพิกถอนใบอนุญาตขายสุราผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต จำนวน 321 ราย

“ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ กรมมีแผนตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามแหล่งสถานบริการ แหล่งชุมชน และพื้นที่เป้าหมายอื่น ๆ คาดว่าอาจมีการกระทำผิด โดยจะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบ ซึ่งนอกจากดูการขายสินค้าลานเบียร์แล้ว ยังเข้มงวดการนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภค เนื่องจากการบริโภคสุราและยาสูบที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสุราและยาสูบโดยทั่วไป”นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิตดูแลสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงการดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสุราเถื่อน บุหรี่เถื่อน และน้ำมันเถื่อน ตลอดจนจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาสู่ระบบภาษี และภายหลังจากที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้สินค้าบางตัวมีราคาเปลี่ยนแปลงขึ้น ตามฐานภาษีใหม่ อาจเป็นแรงจูงใจทำให้มีปริมาณบุหรี่และสุรา หนีภาษีเข้ามาในประเทศมากขึ้น และอาจส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปหาสินค้าหนีภาษีมากขึ้น

Advertisement

นายกฤษฎา กล่าวว่า ผลการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบ พบการกระทำผิด จำนวน 3,962 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 161.37 ล้านบาท โดยเป็นสุราและยาสูบมาก เป็นคดีสุรา จำนวน 1,801 คดี จำนวนน้ำสุรา ของกลาง 63,816 ลิตร คิดเป็นเงินค่าปรับ 36.34 ล้านบาท คดียาสูบ จำนวน 1,544 คดี จำนวนบุหรี่ของกลาง 6,470,620 มวน คิดเป็นเงินค่าปรับ 111.11 ล้านบาท โดยกรณียาสูบนั้นพบว่ามีบุหรี่ราคาถูกที่ผลิตจากเพื่อนบ้านในราคา 10-20 บาท ลักลอบเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก