นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 ครบ 1 ปี โดยพบว่ามีผู้ขอดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) 418 ราย ใน 66 จังหวัด ซึ่งมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 209 ราย ใน 53 จังหวัด เปิดดำเนินการ 116 ราย ใน 42 จังหวัด และมีผู้ปล่อยสินเชื่อแล้ว 87 ราย ใน 40 จังหวัด โดยสามารถปล่อยสินเชื่อจนถึงเดือนตุลาคม 2560 ถึง 4,849 บัญชี เป็นเงิน 131.33 ล้านบาท มีสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน (เอ็นพีแอล) 9 บัญชี เป็นเงิน 0.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.56% ของสินเชื่อคงค้างรวม
นายพรชัย กล่าวว่า ส่วนสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อนุมัติสินเชื่อรวม 180,898 ราย เป็นเงิน 8,131.01 ล้านบาท คิดเป็น 81.31% ของวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจำนวน 10,000 ล้านบาท สามารถจำแนกเป็นสินเชื่อที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไป 169,356 ราย เป็นเงิน 7,620.38 ล้านบาท และสินเชื่อที่อนุมัติแก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่มีหนี้นอกระบบ จำนวน 11,542 ราย เป็นเงิน 510.63 ล้านบาท นอกจากนี้ในการดำเนินการกับเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้และผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายไปแล้ว 1,750 คน
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 20 ธันวาคม 2560 ที่โรงแรมภูเก็ต รอยัล ชิตี้ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการบริหารงานเพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกระทรวงการคลัง รวมถึงผู้แทนตำรวจภูธรภาค 8 และกองทัพภาค 4
นางสาวกุลยา กล่าวว่า ปลัดกระทรวงการคลังเน้นย้ำและขอความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่ให้ร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เช่น ให้ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จับกุมเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เจ้าหนี้นอกระบบปรับตัวเข้าสู่การเป็นผู้ให้สินเชื่อในระบบต่อไป
นางสาวกุลยา กล่าวว่า นอกจากนี้ให้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ขอให้เร่งรัดประชาสัมพันธ์แหล่งสินเชื่อในระบบที่สำคัญ ลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ ขอให้สร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกลไกที่คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัด ซึ่งมีอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย เพิ่มศักยภาพของลูกหนี้นอกระบบ สนับสนุนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรการเงินชุมชนที่เกี่ยวข้อง
นางสาวกุลยา กล่าวว่า ในการประชุมได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนสำหรับผู้มีรายได้น้อย ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3,738 ราย มูลหนี้นอกระบบ รวมเป็นเงิน 185.21ล้านบาท (เฉลี่ย 49,548 บาทต่อราย) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตสั่งการให้หน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการทำงานตามกลไกของกระทรวงการคลังโดยเร่งติดต่อลูกหนี้แต่ละรายเพื่อให้การช่วยเหลือไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบ พิจารณาช่วยเหลือด้านสินเชื่อ และดูแลฟื้นฟูศักยภาพการหารายได้ซึ่งรวมถึงการพัฒนาอาชีพให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

