ชู”แก้มลิงรับสินค้าเกษตร”แก้ราคาตก”กฤษฎา”สั่ง7วันรู้ผลสต็อกยาง ไตรภาคีลดส่งออก3เดือน

22.12.17 | 16:10 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมผู้บริหารทั้ง2 กระทรวงเพื่อจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า ถือเป็นครั้งแรกของการประชุมบูรณาการเต็มรูปแบบพร้อมกันตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับภูมิภาคของ 2 กระทรวง ที่มีผู้ประชุมรวมกัน 500 คน โดยงานระยะแรก จะร่วมกันจัดทำฐานข้อมูลเดียวกัน(บิ๊กดาต้า) วางแผนการผลิตโดยใช้การตลาดเป็นตัวนำ และเชื่อมข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ตลอดทั้งห่วงโซ่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตั้งแต่วางแผนการผลิต บริหารสต็อก การแปรรูป และการตลาด รวมถึงนำภาคเกษตรไทยก้าวสู่ความเป็นภาคการเกษตรสมัยใหม่ชั้นนำของโลก ให้สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และกระจายโอกาสให้แก่เกษตรกรไทยในทุกมิติ

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า จะบริหารจัดการสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ ตั้งแต่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ที่มีพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัดและสหกรณ์จังหวัด ทำงานแบบบูรณาการในการแก้ปัญหาสู่ระดับภูมิภาค การจัดผลจะดูจากการผลักดันให้ราคามีเสถียรภาพ เหมาะสมกับกลไกตลาดทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนกลไกตลาดที่แท้จริง และให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมกับใช้ร้านธงฟ้าประชารัฐเป็นกลไกสื่อสาร และกระจายสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน คล้ายเป็นแก้มลิงรับสินค้าเกษตร จากปัจจุบันมีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแล้ว 20,000 แห่ง และได้ส่งเรื่องถึงกระทรวงการคลังแล้วเพื่อขอพิจารณาให้ติดตั้งเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี)ในร้านธงฟ้าเพิ่มอีก 20,000 แห่ง รวมเป็น 40,000 แห่ง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อขอใช้งบประมาณกลางประมาณ 200 ล้านบาท


นอกจากนี้ จะผลักดันร่วมกัน ยกระดับมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร จากสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม เช่น ข้าว และผลไม้ อย่างทุเรียน ในส่วนกระทรวงพาณิชย์ช่วยพัฒนาหีบห่อ ตราสินค้า และช่องทางขาย ส่งเสริมสร้างเรื่องราวสินค้านำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เชื่อมโยงสู่การตลาดทั้งระบบเดิมและค้าออนไลน์ เน้นภาคการผลิตสินค้าสู่ภาคบริการและการท่องเที่ยวชุมชน นอกจากนี้ กำลังแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่รับผิดชอบสินค้าเกษตรสำคัญเป็นรายสินค้า (มิสเตอร์สินค้าเกษตร)

นายกฤษฎา กล่าวว่า การทำงานแบบบูรณาการเพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น โดยกระทรวงเกษตรฯเป็นผู้วางแผนการผลิตเชื่อมโยงกับกระทรวงพาณิชย์ด้านการตลาด เมื่อกระทรวงเกษตรฯ แนะนำเกษตรกรปลูกพืชอะไรจะได้มั่นใจว่ามีตลาดรองรับแน่นอน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มีหนังสือสั่งการลงไปในเกษตรจังหวัด ขอให้มีวาระการรายงานภาวะการเกษตรและการค้าเป็นประจำ เพื่อเป็นโอกาสในการสื่อสารและหารือการรับมือล่วงหน้าร่วมกับมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ และให้เกษตรจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด ร่วมมือกับอุตสาหกรรมจังหวัด สภาหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาเกษตรกร สนับสนุนการทำเกษตรพันธะสัญญา (Contract Farming) จับคู่ธุรกิจ อีกทั้งร่วมกันพัฒนาการค้าขององค์กรเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตรที่เข้มแข็งให้เป็นแกนเชื่อมโยงเกษตรกรกับตลาด รวมถึงพัฒนาระบบจัดเก็บสินค้าเกษตรชุมชน เช่น ยุ้งฉางหมู่บ้าน ห้องเย็นชุมชน โรงบรรจุภัณฑ์ ให้เป็นลักษณะแก้มลิงจิ๋ว ซึ่งช่วยชะลอการขาย รักษาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ และร่วมมือเดินหน้าโครงการเกษตรแปลงใหญ่ และส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรจากชุมชน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้เกษตรราย ย่อยที่ต้องการยกระดับคุณภาพสู่สากล

สำหรับการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรระยะเร่งด่วน อย่างยางพารา ขณะนี้ได้สั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไปสำรวจและทำข้อมูลสต็อกยางที่มีอยู่ออกมาให้ชัดเจน ทั้งในแง่ปริมาณว่ามีเท่าไหร่ สต็อกยางมีอยู่ในรูปแบบใดบ้าง โดยขอให้ส่งข้อมูลมาภายใน 7 วัน เพราะปัจจุบันข้อมูลยังไม่ชัดเจนว่าสต็อกยางมี 1 แสนตันเศษๆ ตรงคำว่าเศษๆ มีเท่าไหร่ เพื่อให้เห็นสต็อกและพิจารณาควบคู่กับปริมาณและความต้องการของโลกด้วย ขณะเดียวกันกำลังศึกษาถึงปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นอย่างไร ทั้งที่ยางออกสู่ตลาดน้อยลง แต่ราคายางในตลาดซื้อขายล่วงหน้าไม่เพิ่มขึ้น ส่วนกรณีกำหนดให้ยางเป็นสินค้าควบคุม นั้น มองว่าไม่กระทบภาคการผลิตและกระทรวงพาณิชย์ศึกษาความเป็นไปได้อยู่

Advertisement

นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันที่ 22 ธันวาคม 2560 ที่ประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย ได้ตกลงประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันทำมาตรการควบคุมการส่งออกยาง เพื่อแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ จะลดการส่งออกยางของ 3 ประเทศ ในปริมาณรวม 3.5 แสนตัน รวม 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2561 เพื่อส่งสัญญาณประเทศผู้ซื้อยางว่าประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีสัดส่วนส่งออกโลกรวมเกิน 70% จะลดกำลังการผลิต เพื่อส่งผลให้ราคายางโลกสูงขึ้น ติดตามสัดส่วนการส่งออกแต่ละประเทศ เบื้องต้นไทยจะลดการส่งออก 230,000 ตัน อินโดนีเซีย 95,000 ตัน และมาเลเซีย 20,000 ตัน โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จะเรียกประชุมคณะกรรมการควบคุมการส่งออกยาง เพื่อกำหนดแนวปฎิบัติในการส่งออก และเรียกประชุมผู้ส่งออก เพื่อลดการส่งออกยาง และให้ชะลอการระบายออกไปไม่มีกำหนดก่อน

สำหรับการแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ลดลง จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้ก บอร์ด) ในวันที่ 28 ธันวาคมโดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์ สมาคมที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมหารือ

ด้านนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดยางพาราเป็นสินค้าควบคุม ว่า อยู่ระหว่างศึกษาถึงผลกระทบและความเป็นไปได้อย่างรอบด้าน เพิ่งเริ่มต้นศึกษาผล จึงยังไม่ออกมา หากจะนำสู่การเป็นสินค้าควบคุม เมื่อศึกษาแล้วเสร็จจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณา และเสนอต่อ ครม. ต่อไป ตามหลักการคำว่าสินค้าควบคุม เป็นการประกาศให้เป็นสินค้ารายการควบคุม เพื่อที่หากว่ามีความจำเป็นต้องใช้มาตรการอะไร จะสามารถใช้มาตรการได้ทันที การเป็นสินค้าควบคุมไม่ใช่ประกาศแล้วไปควบคุมเลย แต่เป็นการจับตาดูและให้ความสำคัญ