หน้าแรก เศรษฐกิจ สศค.-บีโอไอเผ...

สศค.-บีโอไอเผยอีอีซีดันเศรษฐกิจตะวันออกโต-เอกชนกังวลปัญหาขาดแคลนแรงงาน

23.12.17 | 16:19 น.

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 เปิดการสัมมนาวิชาการเวทีสศค.ที่ พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อขยายบทบาทสศค. สู่ภูมิภาค และสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทของ สศค. รวมทั้งนำเสนอนโยบาย และมาตรการเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ สศค. ได้ริเริ่มและดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา เช่น การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) และแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สถาบันการศึกษา และประชาชนจากจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี รวม 261 คน


นางสาวกุสุมา คงฤทธิ์ เศรษฐกรชำนาญการ สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค.กล่าวในการสัมมนาภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจภาคตะวันออก ประตูสู่เอเชียของนักลงทุน” ว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 ขยายตัวต่อเนื่องที่ 4.3% ต่อปี เร่งขึ้นจาก 3.8% ในไตรมาส 2 ปี 2560 ทำให้ใน 9 เดือนแรกของปี 2560 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3.8% ต่อปี โดยมีปัจจัยหลักมาจาก การขยายตัวเร่งขึ้นของภาคนอกเกษตร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก และผลผลิตภาคเกษตรยังขยายตัวในเกณฑ์สูงแต่มีประเด็นที่ต้องจับตามอง ได้แก่ ความเสี่ยงจากความผันผวนในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก

นางสาวกุสุมา กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจในภูมิภาคได้มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจของภาคตะวันออกมีมูลค่าคิดเป็น 16.5% ของมูลค่าเศรษฐกิจไทย ขณะที่เศรษฐกิจจังหวัดชลบุรีมีขนาดเศรษฐกิจอยู่ในลำดับที่ 1 จากเศรษฐกิจภาคตะวันออก 8 จังหวัด โดยเศรษฐกิจจังหวัดชลบุรีขับเคลื่อนจากภาคอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ รองลงมา ได้แก่ การค้าส่งและค้าปลีก สำหรับนโยบายสำคัญของกระทรวงการคลังในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุน ได้แก่ มาตรการภาษีอากรและมิใช่ภาษีอากรในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังมีมาตรการสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 2560 เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในอนาคตเศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญปัญหาด้านแรงงานโดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะ และสังคมผู้สูงอายุ

นายวิรัตน์ ธัชศฤงคารสกุล ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 4 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวว่า ในอนาคตของภาคตะวันออกจะกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยปัจจุบันโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอสูงกว่า 30% ของโครงการทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสูงถึง 60% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด โดยสถานการณ์การลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติในไทยหลัก ๆ มาจากนักลงทุนชาวญี่ปุ่น ยุโรป จีน เป็นสำคัญ โดยปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนคือระบบขนส่ง ที่เป็นตัวกำหนดการตัดสินใจของนักลงทุน ประกอบกับการได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่พิจารณาทั้งในมิติพื้นที่ มิติประเภทอุตสาหกรรม มิติวิจัยและการพัฒนา และมิติกลุ่มเป้าหมาย เช่น อีอีซี เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน เอสเอ็มอีอย่างไรก็ดี การพัฒนาบุคลากรทางด้านการศึกษานับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วนเพื่อสอดรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกในอนาคต

Advertisement

ด้านนายสาโรจน์ วสุวานิช ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่เป้าหมายของนักลงทุนจากทั่วโลก เพราะมีความพร้อมด้านระบบขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดชลบุรี อีกทั้งยังได้รับผลบวกจากการที่รัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนทางด้านอีอีซีให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ ความพร้อมทางด้านสาธารณูปโภค งบประมาณ ระบบขนส่งที่ดี การมีนิคมอุตสาหกรรมรองรับ ตลอดจนการมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ยังเป็นจุดแข็งที่สำคัญของภาคตะวันออก อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจภาคตะวันออกอาจะนำมาซึ่งการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ