นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ในวันที่ 24 ธันวาคม ตนพร้อมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งช่วงเย็นจะประชุมร่วมกับภาคเอกชน ได้แก่ หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม สภาเกษตรกร สมาคมการท่องเที่ยว เพื่อหารือถึงทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจโอกาสทางค้าและการลงทุน รวมทั้งการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่าง ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย ระหว่างวันที่ 25-26 ธันวาคม
ทั้งนี้ ในการหารือร่วมกับภาคเอกชนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่า ก่อนประชุมครม.สัญจร เพื่อระดมความคิดเห็น และดูโอกาสเชื่อมโยงการค้าและการลงทุน กับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยภาคเหนือตอนล่าง เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปอาหาร มีโอกาสสูงจะใช้ประโยชน์จากเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาค ได้แก่ กลุ่มประเทศจีเอ็มเอส คือ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน (โดยเฉพาะมณฑลยูนนานและมณฑลกวางสี) ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม และกลุ่มประเทศบิมสเทค หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างบังคลาเทศ ภูฏาน อินเดีย พม่า เนปาล ศรีลังกา และไทย รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพทางการตลาดสูงมาก อาทิ กลุ่มมรดกโลก กลุ่มอารยธรรมล้านนา
เบื้องต้น กระทรวงพาณิชย์เน้นความร่วมมือกับภาคเอกชน ในด้านการวางแผนงานเพื่อรองรับโครงการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าของภาคเหนือตอนล่าง การเชื่อมโยงธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว กับ ลาว และพม่า อาทิ บริการสุขภาพ บริการที่พัก และ ธุรกิจการจัดประชุมและสัมมนา( MICE) รวมทั้งนำแนวคิดการตลาดนำการผลิต เพื่อสนับสนุนให้ภาคเหนือตอนล่างป็นฐานการผลิตอาหารที่มีมูลค่าสูงและสินค้าเกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมการตลาดผ่านช่องทางการค้าดั้งเดิม อาทิ การนำสินค้าเกษตร เกษตรอินทรีย์ และอาหารแปรรูป เข้าร่วมงานไทยเฟ้ก( THAIFEX 2018) งานเกษตรอินทรีย์( Organic Natural EXpo) การสนับสนุนให้เกิดการค้าออนไลน์ การส่งเสริมพัฒนาเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเหนือเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการตลาด ตลอดจนส่งเสริมการค้าชายแดน และแก้ไขปัญาอุปสรรค ณ ด่านชายแดน
” ถือโอกาสนี้ รับฟังประเด็นปัญหาที่ภาคเอกชนต้องการให้แก้ไข เช่น กฎระเบียบทางการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้าน ยังมีข้อจำกัดและขั้นตอนที่เข้มงวด ซึ่งไม่เอื้อต่อการค้าชายแดน รวมทั้งอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การดำเนินงานในพื้นที่จะมีพาณิชย์จังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่าง เป็นผู้รับผิดชอบ และเชื่อมโยงกับกระทรวงฯ หากมีปัญหาและอุสรรคที่กระทรวงฯ สามารถแก้ไขได้ ก็จะดำเนินการโดยทันที หากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น จะประสานเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ หรือหากจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในระดับรัฐบาล โดยจะนำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขต่อไป ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

