นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ข้อมูลธุรกิจประกันภัยในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ปี 2560 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง จำนวน 599,148 ล้านบาท เติบโต 5.93% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 439,290 ล้านบาท เติบโต 6.24% ส่วนธุรกิจประกันวินาศภัย จำนวน 159,858 ล้านบาท เติบโต 5.11% ทำให้คาดว่าสิ้นปี 2560 เบี้ยประกันภัยรวมทั้งปีมีจำนวน 825,485 ล้านบาท เติบโต 6.14% แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตจำนวน 605,367 ล้านบาท เติบโต 6.58% และเบี้ยประกันวินาศภัย จำนวน 220,118 ล้านบาท เติบโต 4.95%
นายสุทธิพลกล่าวว่า นอกจากนี้คาดว่าในสิ้นปี 2561 เบี้ยประกันภัยรวมทั้งปี มีจำนวน 883,998 ล้านบาท เติบโต 7.09% จากปี 2560 เป็นเบี้ยประกันชีวิต จำนวน 652,604 ล้านบาท เติบโต 7.8% และเบี้ยประกันวินาศภัย จำนวน 231,395 ล้านบาท เติบโต 5.12% ธุรกิจประกันภัยที่เติบโตต่อเนื่องนี้เป็นผลจากเศรษฐกิจมีการฟื้นตัว ทั้งการส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนของภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคเอกชนดีขึ้นด้วย มาตรการของภาครัฐที่ส่งเสริมให้รายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยในปี 2560 และ 2561 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2559 ธุรกิจประกันจึงได้รับอานิสงส์ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยต้องติดตามและเฝ้าระวังในเรื่องปัญหาภาคเกษตร เศรษฐกิจการเงิน และการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นของระบบไอที
นายสุทธิพลกล่าวว่า ในปี 2561 จะยกระดับและพัฒนาการกำกับดูแลการขายผลิตภัณฑ์ประกัน โดยเฉพาะทางออนไลน์มากขึ้น ด้วยการใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการดูแลปัญหาฉ้อฉลประกัน รวมถึงการดูแลบริษัทประกันไม่ให้โฆษณาเกินจริง ความคืบหน้าล่าสุดของการปรับปรุงกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันชีวิต (ฉบับที่..) พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป เชื่อว่าในปี 2561 จะคลอดกฎหมายดังกล่าวได้ ส่วนงานด้านการประกันภัยพืชผลเกษตร อย่างข้าวนาปี ก็จะทำอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล เตรียมศึกษาและขยายผลไปสู่ทุเรียน และลำไย

