หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ข้าวปลาอาหาร ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย

28.12.17 | 18:07 น.
ลงแขกเกี่ยวข้าว เมื่อ 50 ปีมาแล้ว (ภาพของโสมนิมิตต์ พ.ศ. 2512)

 

ข้าวปลาอาหาร ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย

บ่ายวันเสาร์ 23 ธันวาคม 2560 นั่งรถเลียบคลองบางใหญ่ จากซอยแยกถนนกาญจนาภิเษก ถึงย่านคลองต้นเชือก เข้าเขตคลองโยง แล้วตรงเข้าวัดลานตากฟ้า (อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม) ไปดูปากคลองโยงเชื่อมแม่น้ำท่าจีน ที่กวีหลายคนยุคต้นกรุงเทพฯ เคยผ่าน

เป็นปกติที่ผมเคยไปๆ มาๆ เข้าออกบ่อยๆ ตามเส้นทางโคลงนิราศสุพรรณของสุนทรภู่ กับ กลอนนิราศของเสมียนมี (2 เรื่อง นิราศพระแท่นดงรัง กับ นิราศสุพรรณ)

แต่คราวนี้เข้าไปริมแม่น้ำท่าจีน ในวัดลานตากฟ้า เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังรื้อเวทีและเก็บของจัดงานเกี่ยวกับข้าว เพราะงานเลิกแล้ว

ผมไม่รู้มาก่อนว่ามีงานข้าว ถ้ารู้จะรีบไปแต่เช้าให้ทันงาน เพราะต้องการเอกสารความรู้ที่แบ่งปันเผยแพร่เกี่ยวกับข้าว

Advertisement

แต่ไม่มีอะไรเหลือ จึงได้ดูแต่ซาก แล้วได้ยินบางกลุ่มถกกันริมแม่น้ำ ว่าข้าวมาจากไหน? ฟังแว่วๆ จับไม่ได้ว่ามีความยังไง? เพราะอยู่ไกลๆ

เลยได้แต่คิดในใจว่าข้าวมาจากฟ้าโดยหมา 9 หาง ผมเคยจดคำบอกเล่าจากนักวิชาการชาวจ้วง กวางสี คราวที่ไปตระเวนดูงานบูชายัญกบขอฝนเมื่อ พ.ศ. 2537 ดังนี้

  หมา 9 หาง กับพันธุ์ข้าวปลูก

แต่ก่อนคนเรายังโง่ ยังไม่มีข้าวกิน เพราะไม่รู้จัก และไม่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก

ครั้งนั้นมีหมา 9 หางตัวหนึ่งขึ้นไปบนสวรรค์ แล้วเอาหางทั้ง 9 จุ่มลงไปในกองข้าวของสวรรค์เพื่อขโมยพันธุ์ข้าวมาให้มนุษย์ พันธุ์ข้าวสวรรค์ก็ติดที่หางทั้ง 9 แล้วหนีมา

แต่เทวดาเห็นก่อน จึงไล่ตาม แล้วใช้เทพอาวุธฟาดฟันหมาที่ขโมยพันธุ์ข้าว

เทพอาวุธฟาดถูกหางขาดไป 8 หาง หมาจึงเหลือหางเดียวพร้อมพันธุ์ข้าวที่ติดหางมาให้มนุษย์

นับตั้งแต่นั้นมามนุษย์ก็รู้จักปลูกข้าวกิน แล้วยกย่องหมาเป็นผู้วิเศษที่ทำคุณแก่มนุษย์

ประวัติศาสตร์ไทย

ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้าวปลาอาหาร เพราะไม่มีสังคม และมุ่งเน้นสงครามกับเพื่อนบ้านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือกว่าอื่นใด

ข้าวปลูกมาจากข้าวป่า เป็นหญ้าชนิดหนึ่ง มีขึ้นทั่วไปในภูมิภาคร้อนชื้นของเอเชีย จะหากำเนิดที่ใดที่หนึ่งคงไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องรู้ ส่วนที่ผมยกนิทานเก็บจากกวางสีก็ไม่ได้หมายความว่าข้าวเริ่มแรกที่นั่น เพราะไม่จริง และที่ไหนๆ ก็ไม่ใช่ (แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อตามนี้)

พัฒนาการความเป็นมาของข้าวปลาอาหาร มีพิธีกรรมหลากหลายในรอบ 12 เดือน หรือตลอดปี ที่แม้บางอย่างพ้นสมัย แต่สร้างสรรค์ได้เป็นการแสดงเพื่อการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าท้องถิ่น เฉลี่ยรายได้กระจายถึงชาวบ้าน

 

กร่ำ บ้านปลา

ริมแม่น้ำท่าจีน วัดลานตากฟ้า มีป้ายเขียนว่า “สถานที่สร้างกร่ำ บ้านปลา”

ฉุกใจคำว่า “กร่ำ” ไม่เคยคิดว่าจะเกี่ยวข้องกับปลา เมื่อกลับถึงบ้านช่างหล่อ เลยเปิดพจนานุกรมมติชน พบคำอธิบายดังนี้

กร่ำ (1) เครื่องล่อปลาให้เข้าไปอยู่ ใช้ไม้ปักตามชายฝั่งลำน้ำ เป็นรูปกลมบ้าง รีบ้าง แล้วสุมด้วยกิ่งไม้เพื่อล่อปลาให้เข้าไปอยู่ เวลาจะจับก็เอาเฝือกหรืออวนล้อม แล้วเอาไม้ที่สุมนั้นออก, เขียน กล่ำ ก็มี (2) ไม้ปักที่หมายร่องน้ำที่ทะเล

เลยได้รู้ความหมายของบ้านกร่ำ เมืองแกลง จ. ระยอง ที่สุนทรภู่เขียนบอกในนิราศเมืองแกลงว่า “ถ้าเจ้านายท่านไม่ใช้ก็ไม่มา” ว่าเกี่ยวข้องกับปลาและทะเล สอดคล้องภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ของบ้านกร่ำ

ชาวบ้านกร่ำปัจจุบันและผู้รู้คำเก่าๆ อาจคิดเป็นอย่างอื่นต่างจากนี้ก็ได้