นายชิโระ ชะโดะชิบะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางการลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศไทยและอาเซียน ในงานปีทองการลงทุนไทยว่า นักลงทุนญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในไทย เนื่องจากมีการลงทุนร่วมกันมานาน และให้ความช่วยเหลือกันมาตลอด โดยเฉพาะในช่วงสึนามิญี่ปุ่น คนไทยให้ความช่วยเหลือดีมาก ทำให้คนญี่ปุ่นยังซาบซึ้งถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นกังวลคือไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะมีผลต่อแรงงานภาคอุตสาหกรรม แต่ถ้าไทยสามารถร่วมมือกับเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา ที่ยังคนรุ่นใหม่อยู่มากจะช่วยตรงนี้ได้มาก โดยในวันที่ 22 มีนาคมจะมีการหารือกับไทยในเรื่องนี้ เพราะมองว่าไทยยังมีปัญหาแรงงานที่มีเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังนั้นควรต้องเร่งหาทางออก
นายชะโดะชิบะ กล่าวว่า ในอนาคตภาคอุตสาหกรรมจะมีการใช้เทคโนโลยี จำเป็นต้องใช้การวิจัยและพัฒนา(อาร์แอนด์ดี) ไทยเองกำลังผลักดันอุตสาหกรรมใหม่อนาคต รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนจะช่วยเชิญชวนให้นักลงทุนญี่ปุ่นมาลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวโดยเฉพาะเกษตร เทคโนโลยีอากาศยาน
“ในอดีตช่วง 15 ปีที่ผ่านมาไทยเคยเป็นเบอร์ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ แต่ขณะนี้มาเลเซียแซงหน้าไทยในตัวชี้วัดบางตัว อาทิ การพัฒนาตลาดการเงิน ไทยอยู่อันดับ 39 ของโลกมาเลซียอันดับ 9 ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ จึงอยากขอให้ไทยพยายามมากขึ้น”นายชะโดะชิบะกล่าวและว่า นักลงทุนอยากเห็นความเสถียรภาพทางการเมือง แต่เชื่อว่าไทยได้ก้าวข้ามปัญหาทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง นักลงทุนญี่ปุ่นอยู่กับไทยมานานจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรกับไทย ส่วนในเรื่องทีพีพีนั้น นักลงทุนญี่ปุ่นที่ผลิตสินค้าในไทยอยากให้ไทยเข้าร่วมทีพีพี เพราะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนญี่ปุ่น เป็นประโยชน์ต่อสินค้าและบริการของประเทศในสมาชิก ทีพีพี ซึ่งเวียดนาม มาเลเซียร่วมแล้ว แต่ถ้าไทยไม่เข้าร่วมนักลงทุนคงต้องรักษาความสัมพันธ์ไว้ เพราะไทยเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในเทียร์(ขั้น) สอง และเทียร์สาม

