เมื่อวันที่ 4 มกราคม รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า บริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด โดยน.ส.อรปภัตร จันทรสาขา กรรมการผู้มีอำนาจ ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกำหนดวงเงินขั้นต่ำสำหรับการเข้าร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท อ้างว่าจะให้ผลตอบแทน 15% ต่อปี ในระยะเวลา 12 เดือน และมีข้อสัญญาว่าจะทยอยคืนเงินร่วมหุ้นพร้อมผลตอบแทนทุก ๆ 30 วัน จนกว่าจะครบกำหนดสัญญา โดยการตรวจสอบไม่พบบุคคลที่เข้าร่วมลงทุนกับบริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด ตามการชักชวน ส่วนกรณีบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยน.ส.กันยกร ศุภการค้าเจริญ กรรมการผู้มีอำนาจ ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีวงเงินขั้นต่ำสำหรับการเข้าร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท และอ้างว่าจะให้ผลตอบแทน 5-7% ในระยะเวลา 6 เดือน และมีข้อสัญญาว่าจะทยอยคืนเงินร่วมหุ้นพร้อมผลตอบแทนทุก ๆ 30 วัน จนกว่าจะครบกำหนดสัญญา โดยพบบุคคลเข้าร่วมทำสัญญาลงหุ้นตามการชักชวนเป็นเงินลงทุนรวมประมาณ 10 ล้านบาท
การดำเนินการของบริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด และบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 33 และมีระวางโทษตาม 268 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ขณะที่การกระทำของน.ส.อรปภัตร และน.ส.กันยกร ซึ่งเป็นผู้สั่งการหรือกระทำการอันเป็นเหตุให้บริษัทปฏิบัติฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวต้องรับโทษตามมาตรา 300 แห่งพ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน
ผู้กระทำผิด 3 ราย ได้แก่ 1.บริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด 2.น.ส.อรปภัตร และ 3.นางสาวกันยกร ยินยอมเปรียบเทียบปรับ คณะกรรมการเปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500,000 บาท 500,000 บาท และ 1,530,000 บาท ตามลำดับ อย่างไรก็ดี บริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ไม่ยินยอมชำระค่าปรับตามคำสั่งคณะกรรมการเปรียบเทียบ ก.ล.ต. จึงแจ้งให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทราบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ในชั้นแรก ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษผู้กระทำผิดทั้ง 4 ราย เนื่องจากมีเหตุสงสัยการกระทำดังกล่าว อาจเกี่ยวเนื่องกับความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และแจ้งข้อเท็จจริงความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชน พ.ศ. 2527 ไปยัง บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อมา ก.ล.ต. ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน บก. ปอศ. ว่า การสอบสวนไม่พบว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ดังกล่าว เป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 จึงส่งคดีให้ ก.ล.ต. ดำเนินการเปรียบเทียบตามมาตรา 317 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ

