เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบจีพีเอส กรมการขนส่งทางบก นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนภาพรวมทั้งประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 พบว่า ลดลง ทั้งจำนวนอุบัติเหตุ ตัวเลขความสูญเสีย จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ สำหรับสถิติอุบัติเหตุที่รถโดยสารสาธารณะเป็นต้นเหตุช่วง 7 วันการเดินทางเทศกาลปีใหม่ 2561 เกิดขึ้นรวม 9 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 1 ครั้ง มีผู้โดยสาร เสียชีวิต 2 ราย ลดลงจากปี 2560 จำนวน 13 ราย บาดเจ็บ 28 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 20 ราย ซึ่งสาเหตุรถโดยสารสาธารณะที่เกิดอุบัติเหตุ พบไม่มีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ดัชนีความรุนแรงจากการเสียชีวิตต่อจำนวนอุบัติเหตุปี 2561 เท่ากับ 0.22 ลดลง 1.67 เมื่อเทียบช่วงปีใหม่ 2560
นายสนิทกล่าวว่า สำหรับมาตรการสร้างความปลอดภัย โดยศูนย์อำนวยการบริหารการดูแลประชาชนเทศกาลปีใหม่ 2561 ของกรม (ศอป.ขบ.) ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), ทหาร, ตำรวจ และท้องถิ่น ดูแลอำนวยความสะดวกและปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง จนถึงจุดหมายปลายทาง ที่ได้ดำเนินการเข้มข้นสแกนรถโดยสารทุกคัน พนักงานขับรถทุกคน ทุกสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดทันที ผลจากการสแกนรถโดยสารจำนวนทั้งสิ้น 144,607 คัน พบรถโดยสารไม่ปลอดภัยสั่งเปลี่ยน 14 คัน พนักงานขับรถไม่พร้อม สั่งเปลี่ยน 5 ราย กำชับผู้ประกอบการต้องควบคุมการให้บริการให้มีมาตรฐานความปลอดภัย ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถ เข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรมพนักงานขับรถเพื่อการให้บริการอย่างปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยจากการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ
นายสนิทกล่าวอีกว่า กรมได้มีมาตรการควบคุมกำกับดูแล ซึ่งเป็นระบบเชิงป้องกันด้วยการติดตามรถผ่านระบบจีพีเอส แทรคกิ้ง ลักษณะออนไลน์แบบเรียลไทม์ โดยศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบจีดีพี ส่วนกลาง และศูนย์จีพีเอสทุกขนส่งจังหวัด ติดตามรถตั้งแต่ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร หากพบพฤติกรรมเสี่ยง แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการขนส่ง พนักงานขับรถ พร้อมแจ้งชุดตรวจการณ์ในพื้นที่จังหวัดและพื้นที่ต่อเนื่องเพื่อให้จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่สกัด เตือน ยับยั้ง เฝ้าระวัง รวมถึงประสานการทำงานระหว่างกรมการขนส่งทางบก แขวงทางหลวง ตำรวจทางหลวง เพื่อยับยั้งพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ โดยเป็นระบบบริหารจัดการร่วมกันจากศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบจีพีเอส ส่วนกลาง ศูนย์จีพีเอสทุกขนส่งจังหวัด ผู้ประกอบการ พนักงานขับรถ ตลอดจนประชาชนสามารถติดตามรถโดยสารที่ใช้บริการทุกคัน ผ่านแอพพลิเคชั่น DLT GPS
“ภาพรวมการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทั้งขาไปและขากลับ พบว่าประชาชนมีการใช้บริการที่สูงขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ กรมฯ ร่วมกับ บขส. จัดรถโดยสารทั้งขาไปและขากลับตลอดเทศกาล ได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง และเพื่อให้เกิดความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง กรมจะได้รวบรวม วิเคราะห์ผลการดำเนินงานทุกๆ มาตรการ เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการแก้ไขปัญหารถโดยสารสาธารณะทั้งในระยะสั้นและระยะยาว กำหนดเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อให้เกิด ความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องต่อไป พร้อมรณรงค์ 4 ห้าม 2 ต้อง (4 ห้าม : เมา เร็ว โทร ง่วง และ 2 ต้อง : เข็มขัดนิรภัย หมวกนิรภัย) และ “ขับข้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” ซึ่งควรให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนมีส่วนร่วมรณรงค์ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ซ้ำๆ บ่อยๆ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมของคนไทย” นายสนิทกล่าว
นอกจากนี้ กรมร่วมกับภาคีเครือข่ายสรุปผลการดูแลประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2561 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในฐานะหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการด้านความปลอดภัยตามมาตรการสแกนรถโดยสาร และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” 25 หน่วยงาน ที่ให้ความร่วมมือในการบูรณาการด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนกับกรมการขนส่งทางบกมาอย่างต่อเนื่องด้วย

