หน้าแรก เศรษฐกิจ ลุยตรวจราคาอา...

ลุยตรวจราคาอาหาร-เครื่องดื่มสนามบินดอนเมือง พบแพงจริง เตรียมถกร้านค้าขอความร่วมมือปรับลดราคาเริ่ม 10 เม.ย.

22.03.16 | 17:00 น.

พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เดินทางไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อตรวจสอบราคาสินค้าภายในสนามบินหลังได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคว่าราคาอาหารและเครื่องดื่มมีราคาค่อนข้างสูงกว่าปกติมาก รวมทั้งได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับนายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. รวมทั้งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว

พล.อ.วิทวัสกล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ผลการหารือกันวันนี้ ทอท.จะดำเนินการขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้าที่ตั้งอยู่ทั้งในพื้นที่ก่อนเข้ารับการตรวจบัตรโดยสาร (เช็กอิน) และตรวจสัมภาระ รวมทั้งพื้นที่หลังเช็กอินภายในพื้นที่ของสนามบินดอนเมือง ทั้งในส่วนอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) และอาคารผู้โดยสารในประเทศ (อาคาร 2) ให้มีการปรับลดราคาเครื่องดื่มและอาหารลงมาในระดับที่เหมาะสม เบื้องต้นที่ประชุมเสนอให้มีการปรับลดราคาลงมาพร้อมกันได้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนนี้ โดย ทอท.พร้อมจะหารือกับร้านค้าว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ อย่างไร

“ราคาน้ำดื่มบรรจุขวดปริมาตร 500 มิลลิลิตร ด้ปรับลดราคาลงมาแล้วเหลือขวดละ 10 บาท จากเดิมพบว่าขายขวดละ 30 บาท ทั้งในพื้นที่ก่อนเช็กอินและหลังเช็กอิน มาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจาก ทอท.ได้ขอความร่วมมือร้านค้าในสนามบิน ส่วนราคาน้ำแร่บรรจุขวดไม่ได้มีการกำหนดว่าต้องราคาเท่าใด ขึ้นกับชนิดและยี่ห้อด้วย สำหรับการดูแลราคาอาหารภายในสนามบินดอนเมือง ที่ประชุมมีข้อเสนอให้ร้านอาหารรวมถึงร้านแบรนด์ดังปรับลดราคาลงมาให้เหมือนกับราคาอาหารที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าหรือจำหน่ายในร้านอาหารติดแอร์ที่มีลักษณะเมนูอาหารและต้นทุนที่เหมือนกัน หากร้านแบรนด์ดังปรับลดลงมาได้ในราคาปกติ ก็จะขอความร่วมมือให้ร้านค้าอื่นที่จำหน่ายอาหารทั่วไป เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวขาหมู ใช้ราคาปกติเหมือนห้างในเมือง ผู้บริโภคที่มีระดับรายได้ไม่มากนักที่มาใช้บริการสนามบินดอนเมืองสามารถเข้าถึงได้” พล.อ.วิทวัสกล่าว

พล.อ.วิทวัสกล่าวว่า ราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ขอความร่วมมือให้ร้านค้าภายในสนามบินปรับลดลงมาอยู่ระดับปกติดังกล่าว บางเมนูอาจจะเริ่มต้นจำหน่ายที่จานละ 50 บาทได้เหมือนกับในห้าง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวหน้าเป็ด จากเดิมขายกันชามละ 100 กว่าบาท ทั้งนี้สำหรับร้านค้าที่มีเมนูอาหารพิเศษ เช่น มีปริมาณมาก ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงอาจจะจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าระดับปกติเป็นทางเลือกให้กับผู้โดยสารที่ต้องการได้ อย่างไรก็ตาม การปรับลดราคาดังกล่าว ทอท.จะหารือกับผู้ประกอบการและพิจารณาถึงต้นทุนและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เชื่อว่า ทอท.จะมีวิธีการดำเนินการและหาทางออกร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าได้ แม้ว่าร้านค้าภายในสนามบินจะมีการปรับลดราคาอาหารและเครื่องดื่มลง แต่มีการจำหน่ายตลอด 24 ชม.มากกว่าร้านค้าทั่วไป ซึ่งทำให้จำหน่ายสินค้าได้ปริมาณมากในราคาปกติ ร้านค้าจึงน่าจะอยู่ได้ หากการดำเนินการครั้งนี้ที่สนามบินดอนเมืองประสบความสำเร็จก็จะใช้เป็นตัวอย่างขยายผลการปฏิบัติสู่สนามบินอื่นๆ ในความดูแลของ ทอท.ต่อไป

นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ต่อจากนี้จะนำข้อเสนอที่ประชุมครั้งนี้รายงานต่อคณะกรรมการพิจารณารายได้ของ ทอท. รวมถึงผู้บริหารใหญ่ของ ทอท. เพื่อรับทราบและพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เบื้องต้นอาจจะต้องมีการทบทวนเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ในส่วนของราคา และ ทอท.จะเรียกประชุมหารือกับผู้ประกอบการ ร้านค้าในสนามบินดอนเมืองเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกันและเป็นประโยชน์กับประชาชนต่อไป ส่วนราคาอาหารและเครื่องดื่มจะลดลงเท่าใด อย่างไรนั้น ต้องรอผลการประชุมของบอร์ดบริหาร รวมถึงการพูดคุยกับร้านค้าด้วย สำหรับการดำเนินการเรื่องนี้กับสนามบินอื่นๆ ที่อยู่ในความดูแลของ ทอท. อาจจะต้องพิจารณาเป็นรายสนามบินไป เพราะแต่ละแห่งมีข้อจำกัดปัจจัยแตกต่างกัน

Advertisement

นายเพ็ชรกล่าวว่า ภายในสนามบินดอนเมืองมีร้านอาหารที่มีราคาปกติเทียบเท่ากับร้านค้าทั่วไปอยู่ 2 จุด เป็นทางเลือกให้ประชาชนอีกทางด้วย อยู่บริเวณใกล้สำนักงานของท่าอาศยานดอนเมือง กับลานจอดรถชั้น 4 บริเวณอาคารผู้โดยสาร ซึ่งจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ติดป้ายบอกทาง ให้ประชาชนรับทราบมากขึ้นว่ามีบริการด้วย

นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับลดราคานี้เป็นการขอความร่วมมือจากร้านค้า ซึ่งเป็นเรื่องพูดคุยกันได้ อย่างไรก็ตามในการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค กรมมีพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เข้ามากำกับดูแล หากพบเห็นว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร เอารัดเอาเปรียบประชาชน แล้วพิสูจน์ได้ว่าจริง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ