นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2560 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 1.96 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ 1.78 แสนล้านบาท จำนวน 1.86 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10.43% ส่งผลให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรก โดยสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 9.24% สินทรัพย์รวม 1.06 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.65%
“สินเชื่อธอส.เพิ่มขึ้นมาในช่วงปลายปี โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมปล่อยได้ถึง 3.4 หมื่นล้านบาทสูงที่สุดในรอบ 20 ปี โดยในช่วง 6เดือนแรกปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เพียง 38% ของเป้าหมายเท่านั้น ทำให้ธนาคารต้องออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด Home For All อัตราดอกเบี้ย 2.90% นาน 3 ปีแรกฟรีค่าธรรมเนียมและจดจำนอง พบว่ามียอดสินเชื่อเข้ามากว่า 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก ปี 2560 สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบอาชีพให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย ปี 2 แรกเท่ากับ 2.99% ต่อปี มีลูกค้าใช้บริการสินเชื่อกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท”นายฉัตรชัย กล่าว
นอกจากนี้ในปี 2560 ธนาคารมียอดเงินฝากรวม 8.58 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.90% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 4.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.21% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลง 0.85% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ผ่านมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อรักษาบ้านให้คนไทย กำไรสุทธิ 11,775 ล้านบาท เพื่อให้ผ่าน KPI ตามนโยบายกระทรวงการคลัง ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ที่ระดับแข็งแกร่งที่ 14.88% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
สำหรับแผนปล่อยสินเชื่อของธนาคารในปี 2561กำหนดเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ 1.89 แสนล้านบาท ขยายตัว 6% จากเป้าสินเชื่อปี 2560 คาดว่าจะมีกำไร 1.21 หมื่นล้านบาท เท่าที่ดูบรรยากาศเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2561 เริ่มเห็นการฟื้นตัว และเห็นภาพการขยายตัวของครอบครัวทำให้ความต้องการสินเชื่อมากขึ้น โดยขณะนี้ธนาคารมีโครงการสินเชื่อผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายรัฐบาลต้องดำเนินการ 6 หมื่นล้านบาท และมีสินเชื่อ สินเชื่อ Home For All ค้างท่อมาจากปี 2560 อีก 2.4 หมื่นล้านบาท รวมแล้วมีสินเชื่อต้องดำเนินการในช่วงครึ่งปีแรกกว่า 8 หมื่นล้านบาท
นายฉัตรชัย กล่าวว่า แม้การปล่อยสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นแต่ธนาคารมีนโยบายตรึงดอกเบี้ยของธนาคารให้อยู่ในระดับเดิมนานที่สุด โดยคาดว่าในไตรมาส 1 ปีนี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยใดๆ ส่วนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจะมีอีกหรือไม่นั้น คงต้องรอดูแนวโน้มตลาดก่อนว่ามีการแข่งขันเป็นอย่างไร และคู่แข่งมีสินเชื่อบ้านออกมาอย่างไรบ้าง

