หน้าแรก เศรษฐกิจ บาทแข็งโป๊กทะ...

บาทแข็งโป๊กทะลุ31บาท/ดอลล์ สรท.เผยพอใจหารือแบงก์ชาติ “เข้าใจบาทแข็งต้องอยู่ให้ได้”พร้อมให้โชว์เรทเฮดจิ้ง

12.01.18 | 14:40 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทไทยยังแข็งค่าต่อเนื่องตามกระแสเงินทุนไหลเข้าในตลาดพันธบัตร โดยวันที่ 12 มกราคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่า 31.91 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าที่สุดในรอบปีและแข็งค่ามากที่สุดตั้งแต่ปี 2558 ผลจากตลาดมีความกังวลกรณีการลดการซื้อพันธบัตรสหรัฐของจีน รวมทั้งความไม่ชัดเจนการเมืองสหรัฐ กดดันดอลลาร์สหรัฐให้อ่อนค่า ทั้งนี้ ยังไม่มีปัจจัยใหม่หนุนดอลลาร์สหรัฐ ต้องรอติดตามการประกาศอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ของสหรัฐ ในช่วงปลายเดือนนี้ ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าตามสกุลเอเชียตามดอลลาร์อ่อนค่า และจากการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกในช่วงต้นปี ที่มีการเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ซึ่งวันเดียวกันนี้ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) น.ส.กัญญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสรท.พร้อมคณะ เปิดเผยก่อนเข้าพบนายวิรไท สันติประภพ เข้าพบ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ใช้เวลานาน 2 ชั่วโมง โดยหลังจากการหารือตัวแทนจากสรท. มีสีหน้ายิ้มแย้ม


น.ส.กัญญภัค กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับ ธปท.ได้ข้อสรุป 5 ข้อ คือ 1. แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งค่าเงินบาทที่แข็งค่าขณะนี้ เป็นผลจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค 2. แรงกดดันค่าเงินบาทมาจากทราบค่าเงินบาทค่าเงินบาทที่แข็งค่าขณะนี้ผลของการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด จากการส่งออกและท่องเที่ยว และส่วนหนึ่งมาจากเงินทุนไหลเข้ามา

3. ธปท. และสรท.จะร่วมกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ธปท. และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) และสมาคมธนาคารไทย มีโครงการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมจะได้สิทธิการทำออฟชั่น หรือสามารถล็อคเรทอัตราแลกเปลี่ยนได้ รายละ 3 หมื่นบาท

4.ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นช่วงเวลาที่สามารถลงทุน เพื่อปรับประสิทธิภาพการผลิตเพราะนำเข้าเครื่อวจักรต่างๆ ได้ถูกลง 5.การค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านสามารถใช้สกุลเงินท้องถิ่นแทนดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน อย่างในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีสามารถใช้บาทซื้อขายกับสกุลท้องถิ่นได้โดยตรง หรือค้าขายกับจีนสามารถใช้หยวนได้ เพราะปัจจุบันการส่งออกใช้สกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลักกว่า 80% ขณะทีสกุลอื่นๆ เพียง 20% ของการส่งออกทั้งหมด

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ทาง สรท. ขอให้มีการประกาศอัตราค่าธรรมเนียมการป้องกันความเสี่ยงของธนาคารให้ชัดเจนเหมือนการประกาศอัตราแลกเปลี่ยน หรืออัตราดอกเบี้ยธนาคาร เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบต้นทุนและสามารถต่อรองราคาได้ โดยอาจจะประกาศเป็นราคากลาง เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการจะทราบต้นทุนจากเฉพาะธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการอยู่เท่านั้น ซึ่งธปท. จะประสานธนาคารพาณิชย์ให้

“สรท.พอใจกับการหารือร่วม ธปท. ซึ่งธปท.มีการติดตามดูแลค่าเงินบาทและความผันผวนระยะสั้นอยู่แล้ว ขณะที่ค่าเงินบาทขณะนี้เราต้องยอมรับให้ได้ แม้ค่าเงินบาทแข็งค่าที่ระดับ 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สรท.ก็รับได้หากเป็นไปตามกับภูมิภาคและประเทศคู่แข่ง เพราะราวปี 2556 ที่ค่าเงินบาทลงไปแตะที่ระดับ 28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เราก็สามารถผ่านมาได้ โดยต่าเงินบาทตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแข็งค่า 10% ประเทศอื่นแข็งค่าราว 7-8% ก็ถือว่าแข็งขันกันได้ ขณะที่ประเทศที่แข็งค่ามากกว่าไทยอย่างยูโร นำของไปขายง่ายขึ้น” น.ส.กัญญภัค กล่าว

น.ส.กัญญภัค กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ยังมีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาปกติ เพราะตามความต้อวการตลาดโลกและเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว ส่งผลให้ประมาณการส่งออกไทยปี 2561 คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ ขยายตัว 5.5% หรือมูลค่า 2.31 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมูลค่าส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ