หน้าแรก เศรษฐกิจ ธปท.แนะเอกชนเ...

ธปท.แนะเอกชนเลี่ยงชำระเงินค้าขายหลากสกุล เพิ่มจากดอลลาร์ ลดผลกระทบบาทผันผวน

12.01.18 | 14:49 น.

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังคณะผู้บริหารของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศ (สรท.)เข้าพบผู้ว่าการ ธปท. เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ค่าเงินและแนวโน้มการปรับตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ว่า สาระสำคัญ ได้แก่ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคตั้งแต่ต้นปี 2560 มาจากปัจจัยการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเป็นสำคัญ โดยเงินทุนไหลเข้าในรูปการลงทุนในหลักทรัพย์นับเป็นส่วนน้อย ภาพรวมเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค

ในขณะที่ความผันผวนอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งในบางช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินควร ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ธปท.ได้เข้าดูแลเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ สะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศในปี 2560 ที่ปรับสูงขึ้น โดยการดูแลที่ผ่านมาไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ไทยได้เปรียบการค้ากับต่างประเทศ หรือเพื่อฝืนทิศทางของตลาด แต่เพื่อให้เวลากับเอกชนในการปรับตัว


นางจันทวรรณ กล่าวว่า ในภาวะที่การค้าระหว่างประเทศมีความไม่แน่นอนสูง จากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ และนโยบายเศรษฐกิจในประเทศอุตสาหกรรม สรท. และ ธปท. จึงเห็นร่วมกันถึงความจำเป็นที่ต้องสนับสนุน และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เริ่มตั้งแต่การเลือกกำหนดราคาสินค้า ในรูปเงินบาท หรือ เงินสกุลคู่ค้าที่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาท แทนการใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก

ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการยังเลือกกำหนดราคาในรูปดอลล่าร์สหรัฐ เกือบ 80% แม้จะค้าขายกับผู้ประกอบการสหรัฐฯ ไม่ถึง 20% นอกจากนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่มีภาระต้องชำระเงินในสกุลต่างประเทศในอนาคต ก็อาจพิจารณาฝากเงินไว้ในรูปเงินตราต่างประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากการผันผวนของค่าเงิน

นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ในการเข้าถึงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทางการได้ผลักดันโครงการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ย (FX options) ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการในช่วงปลายปีก่อน ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีได้รับคูปอง ไปแล้วประมาณ 2,000 ราย โดยสามารถใช้ในการซื้อออฟชั่นหรือล็อคเรท เพื่อประกันความเสี่ยงสำหรับมูลค่าส่งออกประมาณ 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

ซึ่ง ธปท. และ สรท. จะร่วมกันขยายผลของโครงการนี้สู่สมาชิก สรท. ในวงกว้างให้มากขึ้น รวมทั้ง สรท. และ ธปท. เห็นพ้องร่วมกันว่า ช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยจะได้ใช้ประโยชน์จากช่วงจังหวะนี้ นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทย และจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีอำนาจในการกำหนดราคา ได้ดีขึ้น