นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทิศทางการบริหารงานปี 2561 มุ่งเน้น 9 ภารกิจ เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และลดความยากจน โดยใช้การทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวงและหน่วยงานต่างกระทรวง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นต้น
ซึ่ง 9 ภารกิจ ประกอบด้วย ภารกิจ 1. นโยบายผลักดันราคาสินค้าเกษตรและเพิ่มรายได้เกษตรกร ซึ่งในวันที่ 14 มกราคม 2561 ตนจะเป็นประธานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“อนาคตข้าวไทยเพื่อความยั่งยืน” ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว เพื่อระดมในการจัดทำมาตรการข้าวครบวงจร และเตรียมแผนรับมือผลผลิตข้าวนาปรังฤดูกาลผลิตปี 2561 โดยจะนำผลสรุปเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปลายเดือนมกราคมนี้ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ภารกิจ 2. ดูแลค่าครองชีพ ทำใน 2 มิติ คือ บังคับใช้กฎหมาย และดูความเป็นธรรมสร้างกลไกแข่งขันของตลาด ซึ่งจะอาศัยกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเฟส 2 จะเพิ่มช่องทางร้านธงฟ้าประชารัฐจาก 2 หมื่นร้านค้า เป็น 4 หมื่นแห่ง รวมถึงการเพิ่มรายการสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และสินค้าจำเป็นต่อประจำวันถูกกว่าปกติ 15-20%
ภารกิจ 3. ขับเคลื่อนสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ที่เน้นการสร้างอาชีพ มุ่งเพิ่มรายได้คนมีรายได้น้อยให้เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)เป้าสร้างอาชีพ 1 หมื่นรายในปีนี้ รวมถึงภารกิจ 4 .ขับเคลื่อนเอสเอ็มอี โดยเน้นการผลักดันไปต่างประเทศ และสร้างสตาร์ตอัพใหม่ๆ โดยเตรียมหารือสิงคโปร์ สนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางสตาร์ตอัพในอาเซียน
ภารกิจ 5. คือนำอีคอมเมิร์ซมาใช้ในการยกระดับธุรกิจ เพิ่มมูลค่าสินค้าหรือบริการ โดยดำเนินการไปพร้อมกับนโยบายเน็ตหมู่บ้าน ภารกิจ 6 คือผลักดันการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการยกระดับประเทศไทยต่อต่างชาติ และผลักดันสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นอาวุธสร้างธุรกิจและสินค้าเป็นที่รู้จัก ภารกิจที่7 คือ เน้นธุรกิจบริการ ซึ่งสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์ กำลังศึกษาแนวทางการผลักดันธุรกิจบริการไทยให้สอดคล้องกับประเทศนั้นๆ และรองรับนโยบายหนุนเที่ยวเมืองรอง เช่น ที่พัก ร้านอาหาร สปา เป็นต้น
ภารกิจที่8 คือ ผลักดันการส่งออก ถือเป็นภาระหนักในปีนี้ เพราะมีปัจจัยน่าห่วงหลายเรื่อง อาทิ เงินบาทแข็งค่า ซึ่งปี 2560 คาดว่าส่งออกจะขยายตัวได้ 10% ส่วนเป้าหมายปี 2561 จะมีการประกาศหลังประชุมทูตพาณิชย์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยเน้นจับมือเอกชน และแผนเจาะตลาดเฉพาะในการดันเป้าหมายการส่งออก ซึ่งตนได้หารือกับภาคเอกชนต่างๆแล้ว 20 กลุ่ม และ ภารกิจที่ 9 คือ การเอื้อต่อก่ารประกอบธุรกิจ โดยผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ที่กระทรวงพาณิชย์มีอยู่และร่วมกับออนไลน์ดังของโลก
” ในเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในศึกษาโครงสร้างต้นทุนของสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวันทั้งหมดแล้ว ในสมมุติฐานว่ามีการขยับค่าแรงงานเท่าไหร่ ปรับเท่ากันทุกพื้นที่หรือแตกต่างกัน ซึ่งไม่อาจระบุได้ต้องรอความชัดเจนการประกาศขึ้นค่าแรงงานก่อน แล้วจะเรียกหารือและออกมาตรการดูแลป้องปรามไม่ให้เกิดการฉวยโอกาส ผมไม่ได้ห่วงเรื่องต้นทุนแต่ห่วงเรื่องกลไกตลาดมากกว่า หากบิดเบือนเราก็เตรียมพร้อม เบื้องต้นดูสินค้าพื้นฐานไม่ได้ปรับอะไรมาก ยกเว้นสินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้น เรื่องค่าแรงน่าจะชัดเจนในสัปดาห์หน้า ส่วนค่าบาทแข็ง อาจกระทบการค้าแต่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวธรรมชาติเมื่อเศรษฐกิจดีค่าเงินประเทศนั้นก็จะแข็งค่าขึ้น ”
ทั้งนี้ หากค่าจ้างปรับขึ้น15 บาท ก็จะกระทบต่อต้นทุน1% หากปรับอย่างสมเหตุสมผลก็จะให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้นทุนค่าครองชีพของไทยถูกกว่าด้วยซ้ำ แต่รายได้คนไทยตอนนี้เปลี่ยนไปนิยมการใข้มือถือ ทานข้าวนอกบ้านมากขึ้น จึงกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพสูงขึ้น
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การร้องเรียนเครื่องดื่มและอาหารในสนามบินแพงนั้น เรื่องนี้ทางการท่าอากาศยาน ในฐานะดูแลพื้นที่มีหลักเกณฑ์ดูแลอยู่แล้ว แต่ก็ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในออกตรวจสอบราคาเทียบต้นทุนว่าแพงเกินจริงไปหรือไม่ เพราะต้นทุนต่างจากร้านทั่วไป และในสนามบินก็มีร้านค้าสวัสดิการราคาถูกกว่าไว้บริการ ก็น่าจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าใช้บริการท่าอากาศฯได้รับรู้ เพื่อเป็นทางเลือก และกำชับให้เช็คเรื่องการปิดป้ายแสดงราคาให้ถูกต้อง
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่าในการดูแลค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี 16 มกราคมนี้ ขอให้พิจารณาและเห็นชอบการขึ้นบัญชีสินค้าควบคุมอีกไม่น้อยกว่า 6 รายการ หนึ่งในนั้นคือสินค้าเกษตร และสินค้าที่ขึ้นบัญชีควบคุมถือเป็นสินค้าที่มีผลกระทบวงกว้างต่อประชาชนสูง พร้อมกับรายการสินค้าต้องติดตามต่างๆ ตามข้อสรุปของคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) เพื่อใช้เป็นมาตรการดูแลราคาสินค้าประจำปี 2561

