หน้าแรก เศรษฐกิจ ดัดหลังเล่นสง...

ดัดหลังเล่นสงกรานต์เปลือง! เอกชน แนะรัฐขึ้นค่าใช้น้ำเดือนเม.ย.

23.03.16 | 10:31 น.

เอกชนแนะรัฐขึ้นค่าใช้น้ำ เม.ย.59 ดัดหลังสาดน้ำเล่นสงกรานต์เปลือง

วันนี้ (23 มีนาคม) นายธวัชชัย ยงกิตติกุล ที่ปรึกษาสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้หารือการประหยัดน้ำของภาคเอกชน ที่ตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งวิกฤตสุดในรอบ 10 ปี โดย กกร.เห็นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องน้ำ ควรจะพิจารณามาตรการเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทุกภาคส่วนประหยัด อาทิ กำหนดค่าน้ำประปาของเดือนเมษายน 2559 ในส่วนการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2558 ในอัตราที่สูงกว่าระดับปกติ เช่น เดือนเมษายน 2558 ใช้น้ำ 100 บาท หากเดือนเมษายน 2559 ใช้น้ำเพิ่มขึ้นจากอัตราปกติเป็น 120 บาท ให้เก็บส่วนที่มากขึ้นเพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าควรประหยัดน้ำและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหากรัฐเห็นพ้องกับข้อเสนอนี้ อาจมีการกำหนดอัตราการจัดเก็บเงินที่ชัดเจนต่อไป

“ปกติช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายน จะมีการใช้น้ำมาก เพื่อเล่นสาดน้ำกัน ขณะที่ภาคเกษตรต่างจังหวัดกลับต้องงดทำนา ทำสวน เพราะน้ำไม่เพียงพอ ดังนั้น คนเมืองเองควรดำเนินการอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยประหยัดน้ำ” นายธวัชชัยกล่าว

นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า กกร.จะจัดสัมมนา “กกร.รวมใจ ใช้น้ำประหยัด ร่วมขจัดภัยแล้ง” วันที่ 29 มีนาคม เป้าหมายหลักให้ธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม และบ้านเรือน ลดปริมาณการใช้น้ำประปาลง 30% ภายในเดือนมิถุนายน 2559 เบื้องต้นมีหน่วยงาน 100 ราย เป็นโมเดลลดใช้น้ำและช่วยบรรเทาผลกระทบปัญหาวิกฤตภัยแล้งให้กับชุมชน และภาคเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง

นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานสถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กกร.ได้ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท.ประมาณ 9,400 รายที่ใช้น้ำในกระบวนการผลิต ปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำบาดาลมากขึ้น แม้มีต้นทุนแพงกว่า แต่จะช่วยลดการขาดแคลนน้ำผิวดินได้ในช่วงภัยแล้ง และในระยะยาวอยากสนับสนุนรัฐ มีการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสูงถึง 17 จังหวัด และมีพื้นที่ขาดแคลนน้ำ 43 จังหวัด โดยหลายพื้นที่ต้องเริ่มใช้น้ำก้นเขื่อนแล้ว ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการตกค้างของสารส้ม ดังนั้นทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างประหยัด

Advertisement