“สมคิด”ติดตามความคืบหน้าอีอีซี เอกชนเร่งออกพ.ร.บ.ฯห่วงยิ่งช้ายิ่งเสียแรงจูงใจลงทุน

14.01.18 | 18:23 น.

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันที่ 15 มกราคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามความคืบหน้าการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานอีอีซี ก่อนจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(กรศ.) ในวันที่ 17 มกราคม โดยตนเป็นประธาน ซึ่งปี2561จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.อีอีซี ที่มั่นใจว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการดึงดูดการลงทุนอย่างมากในปี 2561

“แม้ร่างพ.ร.บ.อีอีซี จะเลื่อนออกมาหลายครั้ง แต่เชื่อว่าต้นปีนี้ทุกอย่างจะมีความชัดเจน ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน เพราะการล่าช้ามาจากต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบด้านให้ชัดเจนและไม่เกิดปัญหา รัฐบาลเองพยายามเร่งอยู่แล้ว “นายอุตตม กล่าว


นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่ารัฐบาลกำลังเร่งการพิจารณาร่างพ.ร.บ.อีอีซี ให้เป็นไปตามกำหนดที่จะประกาศใช้ภายในเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งจะทำให้การลงทุนที่กำลังรอความชัดเจนพ.ร.บ.อีอีซี ตัดสินใจลงทุนในไตรมาส 2/2561

“เอกชนรอความชัดเจนพ.ร.บ.อีอีซี เพราะที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างล่าช้าไปจากแผนพอสมควร จึงคิดว่าไม่ควรจะต้องล่าช้าไปกว่าไตรมาสแรกปีนี้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นได้” นายเจน กล่าว

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและผู้จัดการบริษัท อมตะซิตี้ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากรัฐเร่งคลอดพ.ร.บ.อีอีซีได้เร็ว จะยิ่งเป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นที่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้ตัดสินใจเดินหน้าลงทุนในอีอีซีทันที เพราะยิ่งช้ายิ่งเสียโอกาส ซึ่งอีอีซี จะเป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม 10 เป้าหมายที่มีความสำคัญต่อการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของไทยอย่างมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมเดิม ที่เน้นใช้แรงงานจะแข่งขันในเวทีได้ยาก

Advertisement

” อีอีซี จะเป็นพื้นที่รองรับลงทุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปีที่รัฐบาลต้องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ผมคิดว่าไทยเดินมาถูกทางแล้วเพราะเทคโนโลยีโลกเปลี่ยนเร็วอุตสาหกรรมเดิมๆ เน้นใช้แรงงานราคาถูกคงไม่ไม่ใช่คำตอบ ” นายวิบูลย์ กล่าว

นายวิบูลย์ กล่าวว่า สำหรับอมตะพร้อมจะเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ก้าวทันกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป โดยจะมีการเปิดตัวก้าวต่อไปของอมตะ หรือ อมตะ บียอนด์ เร็วๆนี้ โดยปัจจุบันกำลังเดินหน้านิคมฯไปสู่เมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ท ซิตี้ เน้นอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ ไอโอที ซึ่งจะมีการติดตั้งพลังงานสะอาดที่มุ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และการบริหารการจราจรผ่านแอพพลิเคชั่น และพลังงานสะอาด “นายวิกรม กล่าว