น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปี2561 บริษัทมีแผนลงทุน 6,600 ล้านบาท ให้บริการนิคมอุตสาหกรรมในประเทศรวม 10 แห่ง และในเวียดนามอีก 1 แห่ง รวมพื้นที่ 39,300 ไร่ และตั้งเป้าขายที่ดินปี 2561 อีก1,400 ไร่ จากที่ดินรอขายทั้งหมด 10,000 ไร่ ทำให้ปี 2560 มีส่วนแบ่งการตลาด การขายที่ดินประมาณ 50% ของการขายที่ดินในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด ส่วนธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าอีก 15 โครงการ กำลังการผลิตรวม 2,540 เมกะวัตต์ และคาดว่าปี 2562 บริษัทฯจะมีสัดส่วนการถือครองกำลังการผลิตไฟฟ้า 543 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าอยู่ระหว่างการดำเนินการ 11 โครงการด้วยกำลังการผลิต 478 เมกะวัตต์ นอกจากนี้แล้วยังวางแผนพัฒนาพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานขยะ อีกด้วย โดยพื้นที่บนหลังคาในนิคมอุตสาหกรรม และอาคารศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ของดับบลิวเอชเอ กว่า 2.1 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.)
ทั้งนี้ คาดการณ์ปี 2561 ทั้งกลุ่มจะมีรายได้รวม เพิ่มขึ้น 25% จากปัจจัยเศรษฐกิจและการลงทุนในอีอีซี ที่มีความน่าสนใจขึ้น จากการสนับสนุนของภาครัฐ รวมถึงโอกาสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-ระยอง และโครงการรถไฟรางคู่ ดับบลิวเอชเอกรุ๊ป จะเปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (HESIE 3) ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 10 ของบริษัทในจังหวัดชลบุรี พื้นที่รวม 2,200 ไร่ ในไตรมาสที่ 4/2561
น.ส.จรีพร กล่าวอีกว่า ในส่วนการให้บริการในสาธารณูปโภค มีแผนเจาะตลาดซีแอลเอ็มวีและเพิ่มบริการใหม่ๆ เช่น การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การกรองแร่ธาตุออกจากน้ำและการกรองน้ำเค็ม โดยประมาณการกำลังการผลิตน้ำสำหรับปี 2561 อยู่ที่ 113 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 จากความต้องการใช้งานที่สูงขึ้นของลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ รวมถึงอัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นจากโรงไฟฟ้าที่เพิ่งเดินเครื่องผลิต ขณะเดียวกันจะพัฒนาการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมให้กับลูกค้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมด้วย

