“ตราเพชร”ชี้ปัจจัยหนุนเพียบ กระตุ้นตลาดวัสดุก่อสร้างปี61โตดีสุดรอบ3ปี

15.01.18 | 15:13 น.

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขายภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2561 จะมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น โดยประเมินว่าจะเป็นการฟื้นตัวดีที่สุดในรอบ 3 ปี สะท้อนจากเครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างที่กระจายตัวอยู่ในทั่วทุกภูมิภาค มีคำสั่งซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 4/2560 เพื่อสต็อกสินค้าไว้เตรียมพร้อมรับโอกาสการขายในช่วงไตรมาสแรกปี2561 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ดีขึ้น


ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น มาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐหลายโครงการเริ่มดำเนินการก่อสร้างที่เป็นรูปธรรม ประกอบกับมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินอีก 3.5 หมื่นล้านบาทเพื่อกระตุ้นการบริโภค และแนวโน้มของราคาพืชผลทางการเกษตรยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่งผลต่อรายได้และกำลังซื้อของประชาชนในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยมากขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ มีแผนลงทุนขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่องในปี2561 ควบคู่กับการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดทั้งปี ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อสินค้าคึกคักขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าโครงการยังมีแผนลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น ยิ่งช่วยผลักดันการฟื้นตัวของภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างปี2561 โดยบริษัทฯ คาดว่าสินค้าวัสดุก่อสร้างในกลุ่มหลังคา รวมถึงกลุ่มไม้สังเคราะห์ จะมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

สำหรับบริษัทฯ เตรียมพร้อมรองรับโอกาสจากความต้องการสินค้าโดยบริหารจัดการด้านการผลิตสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลังคา และกลุ่มไม้สังเคราะห์เพิ่มขึ้น เพื่อสต็อกสินค้าให้สอดคล้องกับปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันตราเพชรได้ใช้กำลังการผลิตเกือบเต็ม 100% จากกำลังการผลิตรวม 9.82 แสนตันต่อปี บริษัทฯจึงมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปภายในครึ่งปีหลังของปี2561 ซึ่งหากตัดสินใจลงทุนนั้น คาดว่าจะส่งผลให้มีกำลังการผลิตรวมถึง1,000,000 ตันต่อปี และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยิ่งขึ้น เพื่อรองรับโอกาสการขายสินค้าและแผนรุกขยายธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น